ไม่ทราบตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่มุมปากของต้วนหลิงเทียนพลันปรากฏรอยยิ้มเย้ยหยันขึ้นมา
“เจ้าบอกว่าฮ่องเต้ไม่มีวันทำร้ายเจ้าแน่หรือ?”
พอละสายตาออกมาจากหอกต้วนหลิงเทียนก็หันไปถามซือถูหังทันที
“ใช่”
ซือถูหังพยักหน้าด้วยความมั่นใจ “ไม่ต้องสนใจเรื่องที่ฮ่องเต้เป็นท่านลุงของข้า ด้วยฐานะของท่าน ย่อมมิมีเหตุผลที่จักทำร้ายข้าเช่นนี้…อีกทั้ง…”
เมื่อกล่าวถึงจุดนี้ใบหน้าที่ซีดเซียวของซือถูหังก็คล้ายจะขึ้นสีแดงเล็กน้อย ท่าทางของมันแลดูคล้ายสาวน้อยขี้อายอย่างไรชอบกล ถึงขั้นไม่อาจกล่าวให้จบประโยคได้
“หากมิเกิดเรื่องร้ายๆอันใดกับเสี่ยวหัง…อีกครึ่งปีหลังจากนี้เสี่ยวหังจักเข้าพิธีวิวาห์กับองค์หญิงชิวหมิง…อีกทั้งนี่ยังเป็นสมรสพระราชทานจากฝ่าบาท”
ในขณะที่ต้วนหลิงเทียนขมวดคิ้วเพราะซือถูหังกล่าวไม่จบคำ ซือถูโฮ่วพลันกล่าวต่อออกมาก่อน “องค์หญิงชิวหมิงยังเป็นธิดาเพียงคนเดียวของฝ่าบาท”
ทันใดนั้นต้วนหลิงเทียนก็ตระหนักได้
เช่นนั้นแล้ว ฮ่องเต้ ก็ไม่มีแรงจูงใจในการทำร้ายคุณชายใหญ่จริงๆ
ในฐานะธิดาองค์เดียว ไม่ต้องบอกก็รู้ฝ่าฮ่องเต้ฝูเฟิงจะรักถนอมองค์หญิงขนาดไหน!
ย่อมเป็นไปไม่ได้เลยที่จะฆ่าลูกเขยที่กำลังจะแต่งงานกับธิดาของตัวเองแบบนี้!
เพราะสุดท้ายแล้วโลกนี้ก็เสมือนประเทศหัวเซี่ยบนโลกเก่าเขาในสมัยโบราณ พิธีวิวาห์ของบุตรีมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด เป็นไปไม่ได้ที่จะมาล้อเล่นอะไรแบบนี้!