“หากไม่ใช่ฮ่องเต้…ถ้างั้นก็หมายความว่ามีการจารึกอาคมมารหลังจากนั้น”
ต้วนหลิงเทียนหันไปมองซือถูหังทั้งกล่าวถามออกมาทันที “หลังจากที่ฮ่องเต้มอบหอกเล่มนี้ให้กับเจ้า มีใครเคยขอยืมมันไปหรือไม่? เพราะหากมีมือมืดคิดจะจารึกอาคมมารลงบนหอกจริงๆ ต่อให้เป็นผู้ฝึกมารที่เป็นปรมาจารย์จารึกเซียนระดับสูง ก็ต้องใช้เวลาทั้งวันทั้งคืนในการจารึกมัน! อาคมมารนั้นต่างจากอาคมเซียนทั่วไป…เพราะมันเป็นอาคมที่ใช้ได้ครั้งเดียวและมีอันตรายสูงกว่า”
“ใช่แล้วเสี่ยวหัง เจ้าได้ให้ผู้ใดยืมหอกเล่มนี้ไปหรือไม่?”
ซือถูโฮ่วเร่งถามออกมาทันที
ก่อนที่ซือถูหังจะกล่าวตอบ ทั้งซือถูโฮ่วกับต้วนหลิงเทียนก็รอจะฟังคำตอบนี้ด้วยความสนใจแล้ว
เมื่อได้ยินคำอธิบายของต้วนหลิงเทียนและคำถามของซือถูโฮ่ว สีหน้าของซือถูหังก็เปลี่ยนไปใหญ่หลวง ในแววตาเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ ไม่เข้าใจ สุดท้ายก็กลายเป็นคับแค้น
“เป็นผู้ใด!?”
ลูกตาซือถูโฮ่วเย็นลงทันใดเมื่อเห็นความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ยังถามออกมาเสียงเย็น
ตอนนี้เองต้วนหลิงเทียนยังรู้สึกเสมือนอุณหภูมิในห้องลดต่ำลงอย่างฉับพลัน!
‘สมแล้วที่เป็นขอบเขตเซียน ยามมีโมโหช่างต่างจากคนธรรมดานัก’
ต้วนหลิงเทียนที่ลอบคิดในใจอดไม่ได้ที่จะเดาะลิ้น
“ซือถูจั๋ว”
ซือถูหังถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง
“เป็นมันจริงๆ!!”
สีหน้าซือถูโฮ่วยิ่งมายิ่งมืดลง “สารเลวนั่นมันกล้าดีอย่างไร! ข้าจะลากคอมันไปโถงคุมกฏเดี๋ยวนี้!!”