“จริงสิศิษย์พี่ คราวนี้ข้าพาผู้อาวุโสของข้ารวมถึงสหายมาด้วย”
ไม่นานต้วนหลิงเทียนก็กล่าวบอกป๋ายลี่หงเรื่องเฟิ่งหวู่เต้ากับคนอื่นๆ
สีหน้าป๋ายลี่หงกลายเป็นสดใสขึ้นมาทันที “ให้ทั้งหมดพักอยู่ที่นี่อย่างสบายใจได้เลย เรือนที่ว่างยังมีมากมายนัก ในเมื่อทั้งหมดเป็นอาวุโสและหสายของเจ้า ทั้งหมดก็นับเป็นสหายของข้าป๋ายลี่หงเช่นกัน!”
“ขอบคุณท่านศิษย์พี่”
ต้วนหลิงเทียนเร่งกล่าวขอบคุณทันที
“ศิษย์น้อง เจ้าเอาอีกแล้ว…”
ป๋ายลี่หงเงยหน้าขึ้นมากล่าวด้วยสีหน้าไม่พอใจอยู่บ้าง
“อ่า ข้าลืมไป เอาล่ะศิษย์พี่ครั้งหน้าหากมีอะไรที่ข้าให้ท่านช่วยได้ข้าจะไม่ขอบคุณท่านแบบนี้อีกแล้ว”
ต้วนหลิงเทียนยิ้มเจื่อนๆออกมา
“ไป! พาข้าไปพบผู้อาวุโสกับสหายของเจ้าเร็ว”
ป๋ายลี่หงกล่าว “สหายอุตส่าห์มาจากแดนไกลทั้งที ข้าผู้เป็นเจ้าบ้านไหนเลยเป็นตัวไร้มารยาทไม่ออกไปต้อนรับได้”
หลังจากนั้นต้วนหลิงเทียนก็พาป๋ายลี่หงไปพบกับเฟิ่งหวู่เต้าและคนอื่นๆ
ด้านเฟิ่งหวู่เต้ากับคนอื่นๆ พอได้พบหน้าป๋ายลี่หงครั้งแรกก็อึ้งไปไม่น้อย
ถึงแม้พวกมันจะเคยได้ยินมาแล้วว่าต้วนหลิงเทียนที่ศิษย์พี่ในสำนักจันทร์จรัสแสง อีกทั้งฐานะของศิษย์ในสำนักยังไม่ต่ำทราม…แต่พวกมันล้วนคิดว่าศิษย์พี่ของต้วนหลิงเทียน คงเป็นศิษย์อัจฉริยะ หรือลูกชายระดับสูงในสำนักจันทร์จรัสแสงอะไรแบบนั้น
พวกมันไม่เคยคิดเลยสักครั้งว่าจะเป็นชายชราผมสีดอกเลาแบบนี้ไปได้