‘กระทั่งวรยุทธ์เซียนระดับนภาโดดเด่นยังเทียบไม่ได้แม้แต่ 1 ใน 10 เลยงั้นเหรอ? แล้วนี่ขั้นสูงสุดของยอดใจกระบี่มันจะร้ายกาจขนาดไหนกัน นี่มันจะไม่เกินจริงไปหน่อยรึไง?’
ต้วนหลิงเทียนรู้สึกว่ามันน่าเหลือเชื่ออยู่บ้าง ยังคิดไปว่านี่ใช่เซียนกระบี่ฟงชิงหยางผู้นี้กล่าวอวดโอ่ไปรึเปล่า
แต่เขารู้ดีว่าเซียนกระบี่ฟงชิงหยางไม่จำเป็นต้องกล่าวอวดโอ่อะไร เพราะสุดท้ายแล้วหากอีกฝ่ายกล่าวเกินจริง เรื่องราวคงแดงออกเนิ่นนาน จะเป็นการทำลายชื่อเสียงตัวเองเปล่าๆ
เช่นนั้นอีกฝ่ายก็ไม่มีเหตุจำเป็นให้โกหก
‘ถ้าสิ่งที่ฟงชิงหยางพูดเป็นความจริง…งั้นไม่ใช่ว่าข้ามีสิ่งที่เหนือกว่าวรยุทธ์เซียนระดับนภาโดดเด่นอยู่กับตัวงั้นหรือ!?’
สุดท้ายพอคิดได้ถึงจุดนี้ ต้วนหลิงเทียนก็อดไม่ได้ที่จะตื่นเต้น ลมหายใจยังเริ่มถี่รัวขึ้นมาอย่างยากระงับ
“นายน้อย ท่านตื่นแล้วหรือ?!”
ด้วยความตื่นเต้นต้วนหลิงเทียนที่ผุดลึกขึ้นมานั่ง ยังลุกขึ้นมายืนพรวดด้วยอาการยินดี ทำให้ฉงเฉวียนตกใจไม่น้อย
ไม่นานทุกคนก็รับรู้เช่นกัน
“เจ้าหนูหลิงเทียน เจ้าสบายดีรึเปล่า?”
เฟิ่งหวู่เต้ากล่าวถามด้วยความกังวล
“ต้วนหลิงเทียน เจ้าเป็นไงบ้าง”
คนอื่นๆก็มองต้วนหลิงเทียนด้วยความห่วงในเช่นกัน
เมื่อเผชิญกับสายตาที่มองมาด้วยความห่วงใยของทุกคน ต้วนหลิงเทียนก็ซาบซึ้งใจไม่น้อย ยิ้มกล่าวตอบออกไปทันที “ข้าไม่เป็นอะไร”