“เจ้าหนูเจ้านั่งนิ่งไปกว่าครึ่งปี…สุดท้ายเจ้าจึงเข้าสู่ภวังค์รู้แจ้งอันใดบางอย่างงั้นหรือ?”
เฟิ่งหวู่เต้ากล่าวถามด้วยความสงสัย
“ใช่”
ประสบการณ์ที่เขาพบเจอนั้นค่อนข้างอธิบายได้ยากนัก ต้วนหลิงเทียนจึงพยักหน้าตอบรับคำเฟิ่งหวู่เต้าไป
จังหวะนี้ทุกคนก็อดไม่ได้ที่จะมองด้วยความอิจฉา
เพราะสุดท้ายแล้วการรู้แจ้งนั้น ก็ไม่ใช่ว่าจะเกิดขึ้นได้ง่ายๆ
มีคำกล่าวไว้ ว่าเมื่อหนึ่งทะยานสู่สวรรค์ กระทั่งไก่สุนัขรอบกายก็ยังพลอยทะยานฟ้าตามติด พวกมันเชื่อว่าพลังฝีมือต้วนหลิงเทียนต้องยกระดับไปไม่น้อย แถมไม่นานพวกมันก็ต้องพลอยได้อานิงสงค์ด้วยแน่
เปรี๊ยะ!!
ทว่าก่อนที่คนที่มารุมล้อมต้วนหลิงเทียนจะกล่าวถามอะไรสืบต่อนั้นเอง พลันมีเสียงหนึ่งดังสนั่นขึ้นมาปานฟ้าถล่ม สร้างความตกใจให้ทุกคนไม่น้อย กระทั่งต้วนหลิงเทียนเองก็ไม่เว้น
ทันใดนั้นทุกคนก็ทราบได้ทันทีว่าเสียงสนั่นดังกล่าวมาจากไหน
วินาทีต่อมาไม่ใช่แค่เพียงต้วนหลิงเทียน กระทั่งคนอื่นๆ ยังหน้าซีดลงทันที
เพราะตอนนี้ภาพที่ปรากฏอยู่ในสองตา คือผาน้ำตกที่มีคำว่า ‘กระบี่’ สลักเอาไว้…มันกำลังแตกร้าว!
เสี้ยวพริบตารอยร้าวก็เริ่มแผ่ขยายออกไปดั่งใยแมงมุมอันเขื่อง!
คำกระบี่เองตอนนี้ก็เริ่มเลือนหาย!
ซูว! ซูว! ซูว! ซูว!
……
จากนั้นก็ปรากฏภาพที่ทำให้ทุกคนตกตะลึง กระทั่งต้วนหลิงเทียนก็จำต้องขมวดคิ้ว