ร่างที่แท้จริงของโฉดคลุมทองคือ สุนัขนิรยขนทอง และเผ่าพันธุ์สุนัขนิรยขนทองก็มีประวัติศาสตร์อันยาวนานนับหมื่นๆปี ด้วยเหตุนี้ความรู้และภูมิปัญญาของมันจึงเหนือกว่าคนอื่นๆในที่นี้อยู่บ้าง
อย่างไรก็ตาม ไม่มีใครได้ยินเสียงกล่าวพึมพำนี้ของมัน
เนื่องจากความสนใจของทุกคนอยู่ที่ต้วนหลิงเทียนกันหมด
“ดูเหมือนเจ้าต้วนจะนั่งลงอีกแล้ว”
ในขณะที่หนานกงยี่กล่าวพึมพำออกมา ร่างต้วนหลิงเทียนที่เคลื่อนไหวอยู่ก็หยุดลง ก่อนที่จะนั่งขัดสมาธิกลางอากาศอีกครั้ง
ในขณะเดียวกันทุกคนก็สังเกตได้ว่ามือของต้วนหลิงเทียนที่พักไวบนหน้าตักนั้น ยังทำท่าคล้ายถือกระบี่เอาไว้
อย่างไรก็ตามในมือย่อมไร้กระบี่ มีเพียงอากาศธาตุ
“โอย นี่เจ้าต้วนมันเป็นอะไรของมันกันแน่ ข้าไม่เข้าใจจริงๆ”
เฉินเฉ่าช่วยส่ายหัวไปมาด้วยความงุนงง
อันที่จริงก็ไม่ใช่แค่มัน คนอื่นๆเองก็ไม่เข้าใจเช่นกัน
มีเพียงโฉดคลุมทองที่มองต้วนหลิงเทียนด้วยสายตาลึกซึ้ง ราวกับในใจกำลังตระหนักถึงเรื่องอะไรบางอย่าง
ด้านนอกเกิดเรื่องอะไร ต้วนหลิงเทียนย่อมไม่รับรู้ ตอนนี้เขาจมจ่อมอยู่ในห้วงภวังค์อย่างสมบูรณ์
หลังจากที่ตระหนักได้ว่าเซียนกระบี่ฟงชิงหยางสมควรเป็นยอดคนไร้ผู้ต้านของดินแดนเทพยุทธ์เซียนเต๋าในอดีต ต้วนหลิงเทียนก็ให้ความสำคัญกับคำ ‘กระบี่’ มากขึ้น เปลี่ยนไปจากก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง
ดังนั้นเมื่อครึ่งปีที่แล้วเขาจึงเริ่มจับจ้องมองไปยังคำ ‘กระบี่’ อีกครั้ง