วิหกสี่ม่วงส่ายหัวไปมาป้อยๆ “มิใช่มันก็แค่สู่เซียนขั้นสมบูรณ์แบบหรือไร แต่เฒ่าชรานั่นบรรลุจุดสูงสุดสู่เซียนขั้นยิ่งใหญ่แล้ว อีกทั้งเขตแดนของมันยังเป็นสนามพลังโน้มถ่วง…ยากที่ผู้ฝึกยุทธ์เช่นมันจะต้านทาน ยังจะมีปัญญาตอบโต้อันใด?”
เห็นได้ชัดว่าวิหกสีม่วงไม่คิดว่าต้วนหลิงเทียนจะมีความสามารถถึงขนาดนั้น
“รอดูไปก่อน…ถึงมันสู้มิได้จริงๆ หรือเจ้ายังช่วยไม่ทัน?”
สตรีชุดดำกล่าวออก
วิหกสีม่วงค่อยพยักหน้า ก่อนจะหันกลับมาชมดูเรื่องราวตาแป๋ว
ในสายตาของสตรีชุดดำคล้ายทั้งโลกเหลือแต่ต้วนหลิงเทียน นั่นทำให้นางเห็นชัดเจนถึงความมั่นใจที่แผ่ออกมาจากสีหน้าแววตาของเขา
นี่ไม่ใช่ความนิ่งสงบจากการเสแสร้ง แต่เป็นของจริง
นางยังอดไม่ได้ที่จะสงสัย
ว่าที่แท้เขาไปเอาความมั่นใจมาจากไหนกันแน่!
หรือเขาพบว่าพวกนางอยู่ที่นี่ด้วย และจะลงมือช่วยเหลือยามคับขัน?
แต่พอคิด สตรีชุดดำก็พบว่าเรื่องนี้เป็นไปไม่ได้เลย
“ตอนนี้เจ้ารู้สึกเหมือนถูกสะกด มิว่ารีดเค้นปราณแท้มากเพียงใดก็มิอาจต่อต้านสนามพลังโน้มถ่วงของข้าได้ใช่หรือไม่?”
จ้าวเฟิงมองต้วนหลิงเทียนที่หน้าซีดลงเป็นกระดาษด้วยความสะใจ ใบหน้าเผยยิ้มเย็นกล่าวเย้ยออกมาด้วยความถือดี
อย่างไรก็ตามการกระทำต่อมาของต้วนหลิงเทียน ทำให้ยิ้มเย้ยบนหน้าจ้าวเฟิงชะงักค้างทันที
“สนามพลังโน้มถ่วงอะไรของเจ้า มันทำได้เท่านี้หรือ?”