หลิวฮ่วนพยักหน้า ค่อยกล่าวออกด้วยความรู้สึกผิด “อาวุโสจ้าวเฟิง เรื่องนี้กล่าวไปแล้วข้าก็มีส่วนผิด…หากข้าไม่ปล่อยให้ฟางฮุ่ยมีชีวิตอยู่ มันคงไม่มีวันได้รับศิษย์อย่างต้วนหลิงเทียน…และคงมิแนะนำต้วนหลิงเทียนให้มาเข้าร่วมสำนักจันทร์จรัสแสง”
“หากต้วนหลิงเทียนไม่มาสำนักจันทร์จรัสแสง…เฝิงฟ่านคงไม่ต้องตาย”
วาจาหลิวฮ่วนนี้แม้จะเป็นดั่ง ‘ม้าล่าช้า’ แต่มันก็หมายความตามนั้นจริงๆ(*มาสายเกินไป ทุกอย่างจบไปแล้ว…)
“เรื่องเก่าไม่ต้องกล่าวถึงแล้ว…”
ลูกตาจ้าวเฟิงเปี่ยมล้นไปด้วยเจตนาฆ่าฟัน คล้ายจะฉีกร่างต้วนหลิงเทียนให้เป็นชิ้นๆหากอีกฝ่ายอยู่ต่อหน้ามันตอนนี้
ฉากนี้ทำให้หลิวฮ่วนโล่งใจไม่น้อย
มันกังวลอยู่มากว่าหลังจากจ้าวเฟิงฟังเรื่องแล้วแล้วจะถูกใจอัจฉริยะภาพของต้วนหลิงเทียน จนคิดรับต้วนหลิงเทียนเป็นศิษย์ ล้มเลิกความแค้นที่อีกฝ่ายฆ่าเฝิงฟ่าน
ทว่าตอนนี้คล้ายมันจะกังวลไปเองอย่างเสียเปล่า
“อาวุโสจ้าวเฟิงถึงแม้ท่านจะร้อนใจอยากล้างแค้นให้เฝิงฟ่าน…อย่างไรก็ตามตอนนี้ ต้วนหลิงเทียนผู้นั้นมันไม่ได้เหมือนตอนเข้าร่วมสำนักใหม่ๆแล้ว ข้ากลัวว่าต่อให้เป็นเจ้าสำนักเอง ตอนนี้หากพบมันก็จำต้องเกรงใจมันไม่น้อย”
หลิวฮ่วนกล่าว
“ท่านเจ้าสำนักยังต้องเกรงใจเมื่อพบมัน?”