จ้าวเฟิงชักสีหน้าสงสัย กล่าวถามออกไปเสียงเข้มทันที “ท่านผู้เฒ่าคนใดคนหนึ่งรับมันเป็นศิษย์ปิดสำนักงั้นเหรอ?”(ศิษย์ปิดด่าน,ศิษย์ปิดสำนัก = ศิษย์คนสุดท้ายที่จะถ่ายทอดทุกสิ่งและมอบทุกอย่างให้)
นี่เป็นความคิดแรกที่แว่บขึ้นมาในหัวของจ้าวเฟิง
“มิใช่เช่นนั้น”
หลิวฮ่วนส่ายหัวไปมา
“หากมิใช่เช่นนั้น ใยท่านเจ้าสำนักต้องเกรงใจมัน?”
จ้าวเฟิงขมวดคิ้ว
“ข้าเองก็มิรู้ว่าต้วนหลิงเทียนมันไปทำอีท่าไหน ถึงกลายเป็นที่ถูกใจของอาวุโสป๋ายลี่ได้…”
หลิวฮ่วนถอนหายใจ “หาไม่แล้วข้าคงลงมือสังหารมันเพื่อล้างแค้นให้เฝิงฟ่าน โดยที่มิต้องรอให้อาวุโสจ้าวเฟิงออกจากการปิดด่านบ่มเพาะ”
“ล้างแค้นให้เฝิงฟ่าน?”
จ้าวเฟิงมองลึกไปยังหลิวฮ่วน “ข้าคิดว่าเจ้ากลัวว่ามันจักเติบโตขึ้น จนกลับกลายเป็นยอดฝีมืออันแข็งแกร่งและช่วยฟางฮุ่ยเล่นงานเจ้าเสียมากกว่า เจ้าถึงได้ร้อนใจอยากฆ่ามันเพื่อตัดไฟเสียตั้งแต่ต้นลม”
มันเองก็รู้เรื่องระหว่างฟางฮุ่ยกับหลิวฮ่วนดี
หลิวฮ่วนเผยยิ้มแหยๆออกมา แต่มันรู้ดีว่าไร้ประโยชน์ที่จะไม่ยอมรับ
“เช่นนั้นแล้วตอนนี้อาวุโสป๋ายลี่รับมันเป็นศิษย์ไปแล้วงั้นหรือ…ดูเหมือนว่ามันจะน่าประทับใจมิใช่น้อยถึงได้รับความโปรดปรานจากอาวุโสป๋ายลี่ขนาดนี้”
ในบรรดาอาวุโสฝ่ายในของสำนักจันทร์จรัสแสง มีป๋ายลี่หงคนเดียวที่แซ่ป๋ายลี่
ดังนั้นพอได้ฟังคำของหลิวฮ่วน จ้าวเฟิงจึงตระหนักได้ทันทีว่าต้วนหลิงเทียนมีสัมพันธ์กับป๋ายลี่หง