เสียงหวีดหวิวแหวกฝ่าสายลมที่เข้ามาใกล้ด้วยความเร็วสูง ทำให้เหล่าอาวุโสของสำนักจันทร์จรัสแสงถึงกับชักสีหน้าเคร่งเครียดด้วยคิดว่าศัตรูบุกจู่โจม
“นั่นมันอันใดกัน!”
ทันใดนั้นทุกคนก็ตระหนักได้ถึงเงาดำมหึมาที่ลอยร่างอยู่เหนือพวกมัน เงานี้ยังใหญ่โตปานเมฆที่ลอยล่องกลางฟ้า บดบังแสงตะวันที่สาดส่องลงจนมิด!
และเมื่อพวกมันเงยหน้าขึ้นมา แววตาก็เผยความหวาดกลัวทันที
เพราะตอนนี้ปรากฏเป็นวิหกตัวมหึมาสีม่วงลอยร่างกลางหาว สองตาจับจ้องมองมาที่พวกมันเขม็ง!
ปีกวิหกยักษ์ที่แผ่กางออก ให้ความรู้สึกสุดไพศาลปานก้อนเมฆ ก่อให้เกิดเป็นแรงกดดันอันหนักอึ้งแก้ทุกคน!
ในขณะที่ป๋ายลี่หง จงหั่ว และอาวุโสฝ่ายในอีก 2 คน ไม่เว้นต้วนหลิงเทียนรวมถึงศิษย์ฝ่ายในกำลังชักสีหน้าเคร่งเครียดนั้นเอง
เสียงผ่านปราณแท้หนึ่งก็ดิ่งตรงเข้าหูต้วนหลิงเทียน
“เจ้าหนูๆ! ในกลุ่มนี้เจ้าเกลียดขี้หน้าผู้ใดบอกข้ามาเร็วๆ”
นี่คือความที่ส่งมา
“เจ้าเป็นใครกัน?”
ต้วนหลิงเทียนที่ได้ยินเสียงดรุณีเจื้อยแจ้ว เร่งหันรีหันขวางทว่าก็ไม่เห็นวี่แววสาวน้อยจากที่ไหนเลย
“โอ๊ย เจ้าตาถั่วเหรอ! อยากรู้ว่าข้าเป็นใครทำไมไม่เงยหน้าขึ้นมามอง!”
เสียงใสดังเข้าหูต้วนหลิงเทียนอีกรอบ พาลให้ต้วนหลิงเทียนประหลาดใจไม่น้อย แต่เขาก็รู้สึกตัวทันที “เจ้า…เจ้าคือนกตัวใหญ่นี่น่ะหรือ?”