“ฮึ่มจะตัวใหญ่ตัวเล็กแล้วยังไง? เจ้าหมิ่นข้ารึ…ฟังให้ดีนะ ข้าผู้นี้คือยอดสัตว์เซียน เผิงอัสนีเมฆม่วง! ไม่ใช่นกตัวใหญ่อะไรของเจ้า!!”
นกยักษ์สีม่วงกล่าวออกมาอีกครั้ง ท่าทางไม่ค่อยพอใจคำนกตัวใหญ่สักเท่าไร
ยอดสัตว์เซียน เผิงอัสนีเมฆม่วง!
ได้ยินวาจานี้ของอีกฝ่าย ต้วนหลิงเทียนก็ประหลาดใจเล็กน้อย เขาเร่งพินิจรูปร่างอีกฝ่ายอีกครั้งให้ละเอียดทันที และก็พบว่านางเหมือนเผิงอัสนีเมฆม่วงในบันทึกจริงๆ ต่างกันก็แค่เพียงเหนือหัวของนางมีเขาสีทองเล็กๆงอกอยู่
‘นี่ถ้ามันไม่พูด ข้าคงไม่รู้เลยว่าที่แท้มันเป็นตัวเมีย’
ต้วนหลิงเทียนลอบคิดในใจ
“เจ้าหนู นี่เจ้าไม่ได้ยินที่พี่สาวถามรึ? ในกลุ่มนี้เจ้ามิชอบขี้หน้าผู้ใด บอกพี่สาวมาเร็วๆ!”
เผิงอัสนีเมฆม่วงกล่าวถามออกมาอีกรอบ
ถึงแม้ไม่รู้ว่าทำไมเผิงอัสนีเมฆม่วงถึงถามเรื่องนี้ แต่ต้วนหลิงเทียนก็ยังหันมองไปยังจงหั่ว รองเจ้าสำนักจันทร์จรัสแสงอย่างไม่ตั้งใจ ถึงแม้เข้าเองจะอธิบายไม่ได้ก็ตาม
อาจเป็นเพราะจงหั่วมันเห็นเขาเป็นศัตรูเสมอ จึงทำให้เขาไม่ค่อยชอบใจเท่าไร
“เจ้าต้องเป็นสัตว์เซียนใช่หรือไม่ ไฉนถึงมาขวางทางพวกเราเล่า?”
ตอนนี้เอง จงหั่วพลันก้าวออกมากล่าวถามวิหกสีม่วงตัวเขื่อง
ถึงแม้ว่ามันจะไม่รู้จักวิหกสีม่วงตัวใหญ่นี่ ทว่ากลิ่นอายพลังที่อีกฝ่ายแผ่ออกก็ทำให้มันรู้สึกกดดันนัก