และตัวตนที่ทำให้มันบังเกิดความรู้สึกกดดันได้ ทั้งๆที่ตัวมันก็อยู่เป็นถึงครึ่งก้าวเซียน นั่นหมายความว่าพลังฝึกปรือสมควรอยู่ในขอบเขตเซียน!
เหตุผลที่ไฉนมันถึงคาดเดาได้ว่าวิหกสีม่วงเบื้องหน้าเป็นสัตว์เซียน เพราะกลิ่นอายพลังของสัตว์เซียนกับสัตว์ร้ายมันแตกต่างกันไม่ใช่น้อย รวมถึงลักษณะต่างๆที่บอกได้ไม่ยาก
และที่เห็นได้ชัดเจนนักว่าวิหกสีม่วงตัวเขื่องเบื้องหน้าไม่ใช่สัตว์ร้าย เพราะดวงตากระจ่างใสของมันแฝงความลึกล้ำทรงปัญญา!
“ข้าเบื่อไม่มีอะไรทำนิ เจ้าจะทำไมล่ะ?”
วิหกยักษ์สีม่วงหรือที่รู้จักกันในนาม เผิงอัสนีเมฆม่วง กล่าวตอบออกมาราวคนขี้เกียจ…
จังหวะนี้มุมปากของจงหั่วถึงกับกระตุกอย่างแรง
เหตุผลบ้าบออะไร?
ป๋ายลี่หง อาวุโสฝ่ายในอีกสองคน ไม่เว้นต้วนหลิงเทียนก็ถึงกับอึ้ง!
ถึงต้วนหลิงเทียนจะไม่ได้งุนงงเหมือนคนอื่น แต่วาจาที่เผิงอัสนีเมฆม่วงใช้ตอบจงหั่ว ก็ทำให้มุมปากเขาอดไม่ได้ที่จะกระตุกขึ้นมาเช่นกัน
และเมื่อเขาเห็นสายตาที่เผิงอัสนีเมฆม่วงใช้มองจงหั่ว เขาก็รู้ได้ทันทีว่าจงหั่วนั้นท่าทางจะถึงคราวซวยแล้ว…
ในตอนนี้เขายังอดคิดไปไม่ได้…ว่าใช่เขาสร้างปัญหาให้จงหั่วหรือไม่?
ต้วนหลิงเทียนคิดไม่ทันจบ ปีกของเผิงอัสนีเมฆม่วงก็เริ่มขยับแล้ว!
พั่บ! พั่บ!
ระลอกคลื่นสีม่วง 2 ลูกเริ่มแผ่ออกมาจากปีกทั้ง 2 ข้างของมัน!
และทุกที่ทางที่ระลอกคลื่นสีม่วงเคลื่อนผ่าน คล้ายจะกวาดได้ทุกสรรพสิ่งกระทั่งอากาศ!