ทันใดนั้นเอง นอกเหนือจากจงหั่ว คนของสำนักจันทร์จรัสแสงทั้งหมด ก็ถูกพลังไร้สภาพอันมหาศาลขุมหนึ่งจากคลื่นสีม่วงนั่นผลักดันให้ล่าถอยออกไปนับ 100 หมี่!
เมื่อพวกมันรู้สึกตัว ก็พบว่าไกลห่างคงเหลือเพียงวิหกสีม่วงกับจงหั่วเท่านั้น
“เจ้ามาช่วยยืดเส้นยืดสายให้ข้าหน่อย!”
เผิงอัสนีเมฆม่วงที่ลอยร่างกลางหาวกล่าวกับจงหั่วด้ววยน้ำเสียงเกียจคร้าน
ได้ยินวาจานี้ของวิหกสีม่วงตัวเขื่อง จงหั่วแทบจะเป็นลม!
หากก่อนหน้านี้มันคาดเดาว่าอีกฝ่ายสมควรเป็นตัวตนในขอบเขตเซียนล่ะก็
พอมันเห็นการลงมือของเผิงอัสนีเมฆม่วงเมื่อครู่ มันก็มั่นใจเต็ม 10 ส่วนว่าอีกฝ่ายเป็นสัตว์เซียนที่บรรลุขอบเขตเซียนไปแล้วแน่นอน
สัตว์เซียนตัวนี้คิดให้มันช่วยยืดเส้นยืดสาย?
นี่มันคงไม่ถูกเลาะกระดูกหรอกนะ?
“อาวุโสวิหก ข้าน้อยคือจงหั่วรองเจ้าสำนักจันทร์จรัสแสง หากข้าน้อยเคยทำอันใดให้อาวุโสไม่พอใจได้โปรดบอกมาเถิด ข้าน้อยจะได้ขอขมาต่อท่านให้ดี…”
จงหั่วกล่าวกับวิหกยักษ์เบื้องหน้าด้วยท่าทางยำเกรง น้ำเสียงยังสั่นไปไม่น้อย
ตอนนี้มันหวังว่าวิหกยักษ์เบื้องหน้าจะปล่อยมันไป เพราะเกรงใจสำนักจันทร์จรัสแสง
อย่างไรก็ตามคำต่อมาที่วิหกยักษ์เบื้องหน้ากล่าว ทำให้สีหน้าจงหั่วยิ่งซีดหนักลงทันที
“สำนักจันทร์จรัสแสง? ข้าไม่เห็นเคยได้ยิน! เจ้าไม่ได้ทำอะไรให้ข้าไม่พอใจหรอก ข้าแค่อยากยืดเส้นยืดสายเท่านั้นเอง…อย่าหวงไป ข้าไม่เผลอทำเจ้าตายหรอก”