และถึงแม้เขาจะฆ่าสัตว์ร้ายไปมากมาย แต่ชุดคลุมสีม่วงของเขาก็ยังสะอาดเรี้ยมเร้เรไร ไม่เปื้อนโลหิตหรือฝุ่นดินแม้แต่น้อย ราวกับการสังหารสัตว์ร้ายในป่านี้เป็นอะไรที่ง่ายดายนัก
อันที่จริงมันก็ไม่ได้สร้างความลำบากอะไรให้เขาเลย
ไม่ต้องกล่าวถึงเรื่องที่เขาสามารถเอาชนะศัตรูที่มีพลังฝึกปรือเหนือกว่าด้วยซ้ำ ลำพังแค่ด่านพลังฝึกปรือสู่เซียนขั้นเชี่ยวชาญของเขา ก็มีสัตว์ร้ายน้อยตัวนักในป่าที่จะบรรลุถึง
‘ป่าแบบนี้สัตว์ร้ายระดับสูงๆคงแทบไม่มีอยู่เลยสินะ’
ต้วนหลิงเทียนพูดในใจ
ด้วยเหตุนี้แม้จะมีสัตว์ร้ายสู่เซียนขั้นกลางนับสิบๆที่เข้ามาจู่โจมเขา พวกมันก็ได้แต่ตกตายอย่างรวบรัด
ส่วนสัตว์ร้ายที่เขาฆ่าไปส่วนมากนั้น พวกมันพึ่งอยู่ในระดับสู่เซียนขั้นต้นเท่านั้น และเขาก็ฆ่าไปกว่า 100 ตัวแล้ว
บางทีฟ้าอาจได้ยินคำในใจของต้วนหลิงเทียน เพราะหลังจากที่เขาเดินต่อไปอีกสักพัก เขาก็ได้ยินเสียงร้องคำรามหนึ่งดังก้องกังวานมาในอากาศ ยังดังเสมือนฟ้าผ่าในหู ทำให้แก้วหูต้วนหลิงเทียนสะเทือนอยู่บ้าง
“เสียงนี่มัน…สัตว์ร้ายสู่เซียนขั้นเชี่ยวชาญงั้นเหรอ?”
ต้วนหลิงเทียนตกใจเล็กน้อย หลังได้ยินเสียงดังลั่นจนแทบคล้ายเป็นการจู่โจมด้วยคลื่นเสียงอยู่รอมร่อ
ไม่นานเขาก็แลเห็นสัตว์ร้ายตัวเขื่องตัวหนึ่งกำลังตะกุยดินวิ่งโร่มาทางเขา ทุกย่างก้าวของมันพาลให้พสุธาสะเทือนประหนึ่งแผ่นดินไหว!