และหากหลิวฮ่วนคิดขับพิษร้ายในกายออก ก็ไม่ใช่เรื่องราวที่สามารถกระทำได้หากมิใช้เวลาสักหนึ่งชั่วยาม!
หนึ่งชั่วยามหรือสองชั่วโมงย่อมมากพอให้อาจารย์ของมันอย่างฟางฮุ่ยหลบหนีไปซ่อนให้พ้นหูตาของหลิวฮ่วน!
“ซูฉี!!”
ฟางฮุ่ยมองซูฉีด้วยน้ำตานองหน้า ใจมันเต็มไปด้วยความปวดปร่านัก
บุรุษมิอาจหลั่งน้ำตาได้โดยง่าย หากใจไม่ปวดร้าวแทบขาดรอน
พอมันรู้ว่าที่แท้ซูฉีไม่เคยทรยศมันเลย ความผิดหวังสูญเสียในใจพลันมลายหายไปสิ้น หลงเหลือก็แต่ความสุขความยินดีที่มันไม่ได้มองคนผิดไป
ศิษย์คนนี้ที่อยู่เคียงข้างมันมานาน ยังเห็นมันเป็นอาจารย์หนึ่งเดียวในใจเสมอมา…
“ท่านอาจารย์รีบไปเร็วเข้า!”
ซูฉีรู้ดีว่านี่ไม่ใช่เวลามามัวพิรี้พิไรกล่าววาจาอ่อนไหวอันใดให้มากความ
“มันมิใช่ถูกพิษอยู่หรือไร?! ข้าจักฆ่ามันเดี๋ยวนี้!!”
ฟางฮุ่ยไม่คิดจากไป ลูกตามันเผยประกายเย็นเยือกยามมองไปยังร่างหลิวฮ่วนที่สั่นสะท้านเดินพลังจนทั่วกายปรากฏหมอกควันแพร่ฟุ้ง เร่งขับพิษสุดกำลัง!
“ท่านอาจารย์! แม้มันมิกล้าเคลื่อนไหวส่งเดช แต่ร่างกายมันมิใช่ขาดพลัง มันย่อมป้องกันตัวเองได้…ท่านรีบหนีไปเร็วเข้า!!”
ซูฉียังคงกล่าวกระตุ้นอย่างร้อนรน สุดท้ายมันก็กระอักโลหิตออกมาคำใหญ่ อาการบาดเจ็บยิ่งทรุดหนักลงไปใหญ่!
“ได้! ข้าไปแล้ว!!”
แม้ไม่เต็มใจเพียงใด แต่ฟางฮุ่ยรู้ดีว่าซูฉีไม่หลอกมันเป็นแน่ มันขบฟันดังกรอดก่อนที่จะหอบหิ้วร่างซูฉีพุ่งหนีไปทันที