“ต่อไปป้ายหยกนี้จะแจกให้พวกเจ้าแต่ละคนพกติดตัวเอาไว้…หากพวกเจ้าประสบอุบัติเหตุอันใด เพียงทำลายป้ายหยกนี้เสีย แล้วถึงตอนนั้นข้ากับผู้ตรวจสอบทั้ง 3 จะเร่งรุดไปช่วยพวกเจ้าโดยเร็วที่สุด”
จงหั่วยกมือขึ้นปรากฏป้ายหยกนับสิบๆผุดขึ้นมาลอยล่องในความว่าง ต่อมาพวกมันก็ถูกแจกจ่ายให้ต้วนหลิงเทียนกับเหล่าศิษย์
“อย่างไรก็ตามข้าจักต้องกล่าวแจ้งพวกเจ้าไว้ก่อน ว่าทันทีที่พวกเจ้าทำลายป้ายหยก นั่นเท่ากับว่าการแข่งขันล่าสัตว์ของพวกเจ้าก็จำต้องถึงกาลสิ้นสุด ต้องออกจากการแข่งขันล่าสัตว์ทันที”
ความหมายของจงหั่วก็ชัดนัก หากไม่ตกอยู่ในอันตรายถึงตายก็อย่าได้ทำลายป้ายหยกเด็ดขาด
นอกจากต้วนหลิงเทียนที่มองตรวจสอบป้ายหยกอย่างจริงจังแล้ว ศิษย์คนอื่นๆรวมถึงเฮ่อจงเพียงพยักหน้ารับเท่านั้น
“อาคมเซียนงั้นเหรอ?”
ตอนนี้เองต้วนหลิงเทียนก็เห็นอาคมเซียนที่จารึกเอาไว้ในป้ายหยก
รูปแบบของอาคมเซียนนี้แปลกตาเขานัก มันไม่ใช่อาคมเซียนป้องกัน จู่โจม หรือเพิ่มความเร็วอะไร อย่างน้อยๆเขาก็ไม่เคยเห็นมันมาก่อน
“ศิษย์พี่ป๋าย ท่านเป็นคนจารึกอาคมเซียนลงป้ายหยกพวกนี้หรือ?”
เสียงผ่านปราณแท้ของต้วนหลิงเทียนส่งไปถามป๋ายลี่หงทันที ถึงแม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่ามันคืออาคมอะไร แต่จากลักษณะการจารึกและกลิ่นอายพลังวิญญาณที่แฝงในวงจรพลัง ต้วนหลิงเทียนก็พอจะบอกได้ว่าเป็นฝีมือป๋ายลี่หง
การสลักจารึกก็เสมือนลายมือ ทุกผู้คนย่อมมีความแตกต่างกัน
“มิผิด”