หลังจากประหารเยี่ยหมานแล้ว อาวุโสคุมกฏคนนั้นก็ว่ายตามองไปรอบๆ “สำนักเรามิเคยเลือกปฏิบัติต่อผู้ฝึกมาร เพราะพวกเราเห็นถึงคุณค่าพลังฝึกปรือที่ก้าวหน้ารวดเร็ว…อย่างไรก็ตามผู้ฝึกมารก็คือผู้ฝึกมารวันยังค่ำ เรื่องนี้เสมือนดาบ 2 คมสำหรับสำนักจันทร์จรัสแสงของพวกเรา!”
“หากทว่าสำนักจันทร์จรัสแสงของพวกเราก็ใช้ดาบ 2 คมนี้มาได้ด้วยดีโดยตลอด จนเมื่อมีสิ่งแปลกปลอมอย่างเยี่ยหมานโผล่ขึ้นมา!”
ได้ยินวาจาของผู้อาวุโสคุมกฏ หนังตาต้วนหลิงเทียนก็เริ่มหย่อนขึ้นมาทันที วาจาปราศัยอีกฝ่ายเป็น ‘ทางการ’ เกินไป จนเขาถึงกับเกิดอาการง่วงนอนขึ้นมา
วาจาประโยคต่อมาของอีกฝ่าย ต้วนหลิงเทียนก็พอเดาได้
ไม่พ้นคงกล่าวเตือนผู้ฝึกมารทั้งหลาย ให้เรื่องระวังการบ่มเพาะพลังอะไรทำนองนั้น
“คราวนี้ข้าอยากขอความร่วมมือจากผู้ฝึกมารทุกคน ไม่ว่าจะฝ่ายในหรือฝ่ายนอก เพื่อป้องกันเหตุการณ์ธาตุไฟเข้าแทรกจนจิตมารครอบงำร่างเช่นนี้อีก ยามเจ้าบ่มเพาะถึงจุดสุ่มเสี่ยง ขอให้ออกจากสำนักไปบ่มเพาะพลังห่างจากผู้คนเสีย…ทั้งหมดจงดูเยี่ยหมานเอาไว้เป็นตัวอย่าง! อย่าให้ข้าเห็นว่ามีใครคุ้มคลั่งขึ้นมาอีก!!”
ดั่งที่ต้วนหลิงเทียนคาดเอาไว้ อาวุโสคุมกฏกล่าวเรื่องข้อควรระวังต่อผู้ฝึกมารจริงๆ
ความหมายของมันก็ง่ายดายนัก
หากผู้ฝึกมารที่รู้สึกว่าการบ่มเพาะพลังเริ่มส่อเค้าว่าจะมีปัญหา ก็ให้พาตัวไปให้ห่างผู้คนซะ!