เห็นต้วนหลิงเทียนลองผิดลองถูกไม่กี่ครั้งก็สามารถใช้เคล้ดวิชาจารึกพิสดารจารึกอาคมเซียนระดับ 2 ดาวได้อย่างไร้ตำหนิ ป๋ายลี่หงก็อดไม่ได้ที่จะโพล่งชมออกมาด้วยความตื่นเต้น
“ข้ายังคิดโน้มน้าวเจ้าให้แบ่งเวลาไปกับการจารึกอาคมเซียนให้มากกว่าเดิมเสียหน่อย…แต่ตอนนี้ดูเหมือนจักมิจำเป็นอันใด มิว่าจะในเชิงยุทธ์หรือการจารึก พรสวรรค์ของเจ้าก็เหนือกว่าผู้คนทั่วไปมากนัก”
“ผู้อื่นย่อมยากที่จะหาจุดลงตัวระหว่างการแบ่งเวลามาฝึกฝนการจารึกอาคมเซียนกับฝึกวรยุทธ์บ่มเพาะพลัง แต่นั่นมิใช่กับเจ้า”
ในวาจาของป๋ายลี่หงนั้น เห็นได้ชัดว่าศรัทธาในตัวต้วนหลิงเทียนถึงขั้นหน้ามืดตามัวแล้ว
“ศิษย์พี่ข้าว่าจะไปลงทะเบียนเข้าร่วมการทดสอบเป็นศิษย์ฝ่ายใน…ว่าแต่การทดสอบเป็นศิษย์ฝ่ายในมันจะเริ่มขึ้นเมื่อไหร่หรือ?”
ต้วนหลิงเทียนกล่าวถาม
“ศิษย์น้องต้วน ด้วยพลังฝีมือของเจ้าตอนนี้…เรื่องการทดสอบเป็นศิษย์ฝ่ายในยังจำเป็นอีกหรือ? ข้าใช้ให้คนไปเอาป้ายประจำตัวศิษย์ฝ่ายในมาให้เจ้าเอง”
ป๋ายลี่หงกล่าว
ต้วนหลิงเทียนนิ่งคิดไปพักหนึ่ง ก็เห็นว่าจริงตามนั้น
ด้วยพลังฝีมือของเขาในตอนนี้ ให้เป็นยอดฝีมือขอบเขตสู่เซียนขั้นเชี่ยวชาญ ก็เกรงว่าจะไม่อาจทำอะไรเขาได้เลย
ดังนั้นเขาก็ไม่คิดปฏิเสธความปรารถนาดีนี้ของป๋ายลี่หง
“ศิษย์น้อง เจ้าคงยังมิได้ลืมสัญญาว่าจักย้ายมาอยู่กับข้าหลังเจ้ากลายเป็นศิษย์ฝ่ายในหรอกนะ?”
ป๋ายลี่หงหยีตากล่าวถาม