เขาเองก็นึกเรื่องอื่นไม่ออกแล้วนอกจากเรื่องนี้
“เป็นเช่นนั้น”
ต่งฮุยพยักหน้า “ข้าได้ยินมาว่าคนผู้นี้มารอเจ้าตั้งแต่ฟ้าสาง…แต่พวกเรามีธุระที่ต้องไปจัดการที่ตระกูลโอวหยาง ในเมื่อตอนนี้เจ้ากลับมาแล้ว พอคนผู้นั้นรับทราบ ก็เลยมาเรียกหาและยืนรอเจ้าอยู่ด้านหน้าฐานปฏิบัติการสำนักจันทร์จรัสแสงเรา”
“แถมตอนนี้ไม่ใช่แค่มัน พอคนของ 8 ขุมพลังที่เหลือในสำนักงานใหญ่ 9 พันธมิตรรับทราบ พวกมันก็เร่งมากันที่นี่กันเต็มไปหมด…พวกมันมารอดูการประลองของเจ้าทั้งสิ้น ข้าคิดว่าพวกมันอยากรู้ ว่าอัจฉริยะหนุ่มที่โด่งดังในขึ้นมาใน 9 พันธมิตรได้ จักแข็งแกร่งสมคำร่ำลือหรือไม่…”
ต่งฮุยกล่าว
“ในเมื่อที่ต้องมาก็มาแล้ว ข้าออกไปพบมันหน่อยก็แล้วกัน”
ต้วนหลิงเทียนกล่าวตอบ ก่อนที่จะออกจากที่พักของสำนักจันทร์จรัสแสงมายังด้านนอก
พอออกมาข้างนอกต้วนหลิงเทียนก็ตกใจไม่น้อย เพราะตอนนี้มีผู้คนมายืนรอชมดูเรื่องราวกันมากมายจริงๆ!
นอกจากคนของสำนักจันทร์จรัสแสงแค่ไม่กี่คนแล้ว ล้วนเป็นคนของขุมพลังอื่นทั้งสิ้น พวกมันยังมาล้อมมุงเป็นวงโค้งราวจันทร์เสี้ยว เว้นที่ว่างตรงกลางเอาไว้
มีร่างชายวัยกลางคนแต่งกายในชุดจอมยุทธ์ธรรมดาๆยืนอยู่ในพื้นที่ตรงกลางที่เว้นว่างเอาไว้ดังกล่าว ใบหน้าของชายวัยกลางคนผู้นี้เต็มไปด้วยหลุมบ่อ แลไม่น่าดูนัก
อย่างไรก็ตามสองตาของมันกลับกระจ่างใสเผยประกายคมกล้า น่าเกรงขามไม่น้อย