“ท่านปู่ชาน ท่านเชื่อชิงเอ๋อสักครั้งเถอะ…ท่านอยากเห็นตระกูลโอวหยางของเราถูกหลอกลวงจนวอดวายหรือ? ท่านบอกว่าอยากเห็นวันที่ข้าขึ้นเป็นผู้นำมิใช่หรือ…แต่หากพอถึงวันนั้นตระกูลโอวหยางของพวกเรากลับวอดวายไปแล้วเล่า ข้ายังจะเป็นผู้นำได้หรือ?”
โอวหยางชิงกล่าวออกด้วยอารมณ์ ในขณะที่กล่าวมันก็โขกหัวลงไปบนพื้นอย่างแรง พาลให้ศีษะแตกหลั่งโลหิต
ขณะเดียวกันที่หน้ามันฟุบลงไป แววตาของมันก็เผยประกายเย็นเยียบออก
เนื่องจากมันก้มหัวโขกพื้นอยู่ โอวหยางชานจึงมิอาจเห็นแววตานี้ของมัน
แน่นอนว่าถึงแม้โอวหยางชิงจะไม่ก้มหัวลงไป แต่โอวหยางชานก็อาจไม่สังเกตเห็นเลย
“ชิงเอ๋อลุกขึ้นเร็ว ปู่รับปากทำตามเจ้าว่าแล้ว!”
เมื่อเห็นศีรษะของโอวหยางชิงแตกจนโลหิตไหลลงมาเป็นสาย ใจของโอวหยางชานก็เสมือนถูกมีดกรีด
ตลอดชีวิตนั้นมันพากเพียรแต่ฝึกฝนวรยุทธ์บ่มเพาะพลัง
นอกเหนือจากความสัมพันธ์รักที่ล้มเหลวครั้งยังหนุ่มแล้ว มันก็ไม่เคยมีสตรีคนใดอีกเลย จึงไร้ลูกหลานใช้ชีวิตมาเพียงลำพัง
ตอนเด็กน้อยโอวหยางชิงวัยแบบเบาะยิ้มร่าหัวเราะให้มันวันนั้นที่ได้พบกันครั้งแรก มันก็รู้สึกเสมือนมีแสงหนึ่งส่องสว่างในเส้นทางอันมืดมิด
ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมามันก็ไม่ได้อยู่ลำพังอีกต่อไป มันมีคนให้รักและห่วงใยในห้วงเวลาสุดท้ายที่เหลืออยู่ของชีวิต
เพื่อโอวหยางชิงแล้วมันทำได้ทุกอย่าง ถึงแม้มันจะต้องตายเพื่อการณ์นั้นก็ตามที