อี้เทียนสิงยิ้มออกมาราวคนคลั่ง “แล้วที่เจ้าตอบจดหมายของซือถูฮั่วนั่นหมายความว่าอันใด? กระทั่งจนถึงตอนนี้เจ้ายังทำราวกับข้าเป็นตัวโง่งมที่เจ้าจะหลอกปั่นหัวได้อยู่ร่ำไปงั้นเรอะ!?”
สีสันยิ่งมายิ่งจางหายไปจากหน้าโอวหยางหลัว นางไม่คิดเลยว่ากระทั่งเรื่องนี้ อี้เทียนสิงก็รู้!
“ข้าได้ยินมาว่าคนสกุลซือถูจะยกขบวนแห่ไปยังตระกูลโอวหยางเจ้า เพื่อสู่ขอเจ้าให้วิวาห์กับซือถูฮั่วเร็วๆนี้…และดูเหมือนว่าบิดาของเจ้าเองก็เห็นดีเห็นงามกับเรื่องนี้ด้วย หึๆๆ…ตอนแรกข้าคิดว่าข้าจะเสียเจ้าไปแล้ว แต่มิคิดเลยว่าฟ้ากลับประทานโอกาสนี้แก่ข้า!!”
อี้เทียนสิงค่อยๆย่างเท้าไปหาโอวหยางหลัวที่สั่นกลัวอย่างไม่รีบร้อน ในดวงตาเผยให้เห็นความปรารถนาอันหื่นกระหายชัดเจน
“อี้เทียนสิง ตะ…ตราบใดที่เจ้าปล่อยข้าไป ข้าสาบานว่าข้าจะเก็บเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนี้ไว้เป็นความลับ…สำหรับผู้เฒ่าผิง ข้าจะกล่าวบอกทุกคนว่าท่านผู้เฒ่าตายเพราะปกป้องข้าจากสัตว์ร้าย!”
ตอนนี้โอวหยางหลัวรู้สึกหวาดกลัวจับใจ
“มิจำเป็น! ในเมื่อหากข้าลงมือกับเจ้าเสียวันนี้ จะอย่างไรเรื่องราวนี้ก็มิมีวันกระจ่าง…มิใช่ว่าเจ้าทำตัวหยิ่งยโสเชิดใส่ข้าอยู่ตลอดหรือไร? ใยตอนนี้เจ้าไม่ทำท่ายะโสเชิดหน้าเมินข้าเหมือนอย่างเคยแล้วเล่า?!”
วาจาท้ายประโยคของอี้เทียนสิงคล้ายแฝงเร้นไว้ด้วยความคับแค้นที่สั่งสมมานานปี ท่าทางของมันดุร้ายราวสัตว์ป่าคลุ้มคลั่ง