ทันใดนั้นเองโอวหยางหลัวเร่งสะบัดมือเรียกยันต์ ทั้งขว้างปาไปทางอี้เทียนสิงทันที
“สำแดง!”
โอวหยางหลัวร้องออกมาเสียงดัง ทว่าทันใดนั้นเองเสียง ‘สำแดง’ อีกคำก็ดังขึ้นตามติด อี้เทียนสิงเองก็ซัดยันต์ใบหนึ่งออกมา รังสีพลังสังหารจากยันต์ทั้ง 2 ปะทะหักล้างกันกลางอากาศ จนสลายหายไปเช่นนั้น
ยันต์ของทั้งคู่ล้วนเป็นยันต์เต๋าจู่โจมระดับ 2 ดาว พลังอำนาจจึงมิได้ผิดแผกแตกต่างกัน
“โอวหยางหลัวเจ้าอย่าได้ดิ้นรนอีกเลย…หากเจ้ามิขัดขืนและคอยปรนนิบัติข้าอย่างดี บางทีข้าอาจให้เจ้าได้ตกตายโดยมีซากศพสมบูรณ์ หาไม่แล้วข้าจักหั่นเจ้าเป็นชิ้นๆแล้วปล่อยให้สัตว์ร้ายรับประทานไปเสีย!!”
อี้เทียนสิงแสยะยิ้มปากฉีกแทบถึงหู รอยยิ้มนี้เต็มไปด้วยความชั่วร้ายวิปลาศนัก
โอวหยางหลัวได้ฟังก็ตื่นกลัวถึงที่สุด นางที่ลนลานจนทำอะไรไม่ถูกก็ได้แต่นิ่งเงียบงัน ตัวสั่นระริก
อี้เทียนสิงเริ่มลงมือถอดชุดคลุมตัวนอกออก ยังลดมือไปดึงสายคาดเอว คล้ายจะเผยอาวุธเตรียมขยี้บุปผางาม
ถึงแม้ว่าโอวหยางหลัวจะดิ้นรนขัดขืนมัน แต่นางก็ยังห่างไกลจากการทำอะไรมันได้ เพียงไอพลังขุมหนึ่งที่อี้เทียนสิงแผ่ไปกดดัน นางก็ไม่อาจขยับเขยื้อนได้แล้ว
นางเป็นแค่หลุดพ้นมนุษย์ขั้นสมบูรณ์แบบเท่านั้น นางไม่อาจต้านทานพลังอำนาจของอี้เทียนสิงที่บรรลุสู่เซียนขั้นต้นแล้วได้เลย…
“จึกๆๆ ให้มันได้ยังงี้สิ…ใจเจ้ามันต้องบิดเบี้ยววิปริตถึงขนาดไหนกัน ถึงทำเรื่องแบบนี้ได้ลงคอ”