ต้วนหลิงเทียนมองถามป๋ายลี่หงด้วยรอยยิ้ม
“ฮึ่ม! ในเมื่อเจ้าหวังดีอุตส่าห์เอาคะแนนอุทิศมาให้ข้าถึงเรือน ข้ายังจะปฏิเสธทำอะไร?”
ป๋ายลี่หงกล่าวสืบต่อ “หยิบศาสตราเซียนของเจ้าออกมาเสีย! ข้าอยากรู้นักว่าศาสตราเซียนของเจ้ามันดีอย่างไรเจ้าถึงได้มั่นใจนักหนา…อ่อ ข้ามิได้กล่าวโอ้อวดหรอกนะ แต่ต่อให้เป็นศาสตราเซียนระดับนภา ข้าก็สามารถจารึกอาคมเซียนลงไปได้!”
ศาสตราเซียนระดับนภา?
ได้ยินวาจาประโยคนี้ของอาวุโสป๋ายลี่หง ต้วนหลิงเทียนลอบหัวเราะในใจ
ศาสตราเซียนระดับนภา ต่อหน้าเกาทัณฑ์ดับตะวันที่ในอดีตเป็นถึงยอดสมบัติสวรรค์ยังนับเป็นอะไรได้?
ภายใต้สายตาที่จับจ้องมองอย่างสนใจของป๋ายลี่หงและฟ่านเฉียน ต้วนหลิงเทียนสะบัดมือเรียกเกาทัณฑ์ดับตะวันออกมา ก่อนที่จะถือให้ทั้งคู่เห็นชัดๆ
พอเห็นเกาทัณฑ์ดับตะวัน ฟ่านเฉียนถึงกับเหวอไปทันที มุมปากยังอดไม่ได้ที่จะกระตุก…เพราะมันช่างมีสภาพอนาถเหลือร้าย…
ศาสตราเซียนนี้ไม่มีทีท่าว่าจะเป็นศาสตราเซียนที่มีคุณภาพพอจะท้าทายความสามารถของอาวุโสป๋ายลี่หงได้สักกะผีกเดียว!
อย่างไรก็ตามทัศนคติของป๋ายลี่หงที่มีต่อเกาทัณฑ์ดับตะวันนั้น ต่างจากฟ่านเฉียนอย่างสิ้นเชิง
มีคำกล่าวที่ว่า ‘คนในวงการแลเห็นช่องทาง คนนอกวงการชมดูเอาสนุกสนาน’