เกิดทั้งคู่ลอบเตี๊ยมกันมาเพื่อหวังคะแนนอุทิศเล่า…พวกมันไม่กลายเป็นตัวโง่งมหรือ?
แน่นอนว่าไม่มีใครอยากกลายเป็นตัวโง่งม จึงไม่มีใครคิดที่จะเล่นพนันในการประลองธรรมดาๆแน่นอน
“หลิงอวิ๋นกับฉงหู่ มันออกจากการปิดด่านรึยังนะ?”
ต้วนหลิงเทียนไปหาหลิงอวิ๋นกับฉงหู่อีกรอบ และพอเห็นว่าทั้งคู่ยังคงปิดด่านบ่มเพาะพลังอยู่ก็ได้แต่ส่ายหน้า “ไม่เห็นทั้งคู่ตั้งแต่ประลองเป็นตายกับเฝิงฟ่านแล้ว…อย่าบอกนะว่านี่มันปิดด่านบ่มเพาะกันมาตั้งแต่ก่อนข้าประลองกับเฝิงฟ่านจนถึงวันนี้?”
ต้วนหลิงเทียนมาหาพวกหลิงอวิ๋นกับฉงหู่นั้น เพราะเขาคิดมอบคะแนนอุทิศที่ครูอย่างฟางฮุ่ยฝากไว้ที่เขาเพื่อเอาไว้แบ่งให้ทั้งคู่
แน่นอนว่าเขาวางแผนว่าจะให้ทั้งคู่มากกว่า 50,000 คะแนนอุทิศ
ฟางฮุ่ยนั้นมอบคะแนนอุทิศให้เขากับทั้งคู่มาแค่ 100,000 แต้มเท่านั้น
จะอย่างไรเสียตอนนี้เขาก็ไม่ได้ขาดคะแนนอุทิศ
อนิจจาในเมื่อทั้งคู่ยังคงปิดด่านบ่มเพาะ เช่นนั้นก็คงได้แต่เอาไว้วันหลังแล้ว
ในขณะที่ต้วนหลิงเทียนเดินกลับมาถึงบ้านเดี่ยว และคิดจะเข้าไปฝึกฝนบ่มเพาะในชั้น 2 ของเจดีย์หลิงหลง 7 สมบัติต่อ ก็ดันมีแขกไม่ได้รับเชิญมาหาเขาที่บ้านเสียก่อน
“หืม? เป็นพี่ชายเองเหรอ?”
แขกไม่ได้รับเชิญนับว่าไม่ใช่คนแปลกหน้าสำหรับต้วนหลิงเทียน เขาเคยเจออีกฝ่ายมาก่อนแล้ว
เป็นชายร่างใหญ่ที่อยู่คฤหาสน์ของผู้อาวุโสตฟาง 1 ใน 2 คนที่เขาคุยด้วยหน้าประตูคฤหาสน์วันนั้น