จังหวะนี้หลายคนอดไม่ได้ที่จะหันมามองอี้หนันด้วยสายตาแปลกๆ
“เป็นฝ่ายมาดักรอหาเรื่องผู้คนแท้ๆ แต่กลับมาถามถึงภูมิหลังก่อนมีเรื่องเนี่ยนะ…นี่มันจะไม่สายไปหน่อยรึไง?”
ศิษย์ฝ่ายในหลายคนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเยาะ
“ฮ่าๆๆๆ! อะไรกันอี้หนัน นี่เจ้ากลัวรึไงหา? ถ้าเจ้ากลัวศิษย์น้องผู้นี้ ใยไม่รีบกลับบ้านข้าเล่า มารดาเจ้ายังรอให้เจ้าไปดื่มนมอยู่บนเตียงข้านะ!?”
นอกจากนั้น ยังมีศิษย์ฝ่ายในที่เป็นอริของอี้หนันบังเอิญอยู่ด้วยพอดี ได้ทีจึงใส่ใหญ่…
“ฮัยยา…ศิษย์ฝ่ายในที่น่าเกรงขาม มีเรื่องกับศิษย์ฝ่ายนอกคนหนึ่งยังกลัวนู่นนี่นั่น นี่มันไม่น่าอายไปหน่อยรึไง?”
หลายคนเริ่มกล่าววาจาเย้ยเยาะอย่างสนุกสนาน
หน้าอี้หนันที่เดิมเขียวปั๊ดยิ่งมายิ่งมืดคล้ำ ปากมันเบี้ยวๆบิดๆไปมา โทสะในใจเองก็เริ่มลุกโหม มองต้วนหลิงเทียนอีกครั้งสายตายังเย็นเยียบปานจะแช่แข็งผู้คน “มิว่าเบื้องหลังเจ้าจักมีผู้ใดอยู่ แต่เจ้ากลับไม่เคารพศิษย์พี่ วันนี้ข้าในฐานะศิษย์พี่ร่วมสำนักของเจ้า จักสั่งสอนบทเรียนเรื่องมารยาทให้เจ้าเอง!!”
วาจาของอี้หนันทั้งดังทั้งฟังดูยิ่งใหญ่ชอบธรรมนัก มันเปลี่ยนเหตุผลเดิมที่มาขวางต้วนหลิงเทียน เสียดื้อๆ
“ไม่เคารพศิษย์พี่?”
ได้ยินคำกล่าวอี้หนัน ต้วนหลิงเทียนฉีกยิ้มแสยะ “วาจานี้ฟังดูน่ากลัวจริงๆ! แต่เจ้าคิดจริงๆเหรอว่า เจ้าจะรอดตัวไปได้หากข้ามีคนอยู่เบื้องหลัง?”
“เจ้า!”