อี้หนันไม่คิดเลยว่าวาจาเพียงไม่กี่คำของต้วนหลิงเทียนก็ทำลายความคิดหาทางรอดของมันหมดสิ้น
ตอนนี้มันยังสัมผัสได้ถึงสายตาแปลกๆ จากโดยรอบที่กำลังมองมา
“อันที่จริงแล้วเจ้าไม่ต้องคิดมากหรอก…ข้าจะบอกเจ้าตรงๆเลยแล้วกัน ข้าไม่มีใครอยู่เบื้องหลังหรอก ดังนั้นเจ้าไม่ต้องคิดอะไรวุ่นวายให้มากความ ถ้าจะเอาก็เข้ามา…ถ้าไม่แล้วก็รีบๆถอยไป ข้าจะได้รีบกลับไปบ่มเพาะ เพราะข้าไม่ได้มีเวลามาเล่นไร้สาระกับเจ้าหรอกนะ!”
ต้วนหลิงเทียนกล่าวออกเสียงดังฟังชัด ในน้ำเสียงยังแฝงความรำคาญอยู่บ้าง
“ฮ่าๆๆ! อี้หนัน อย่าได้บอกข้าเชียวว่าเจ้าปอดแหกขึ้นมาแล้ว…นี่เจ้ากลัวจริงๆงั้นเรอะ?”
“อี้หนัน ศิษย์น้องเขาก็บอกแล้วว่ามิมีผู้ใดหนุนหลัง…เจ้ายังลังเลอันใด หรือเจ้าไม่กล้าลงมือแล้ว?”
“น่าเบื่อยิ่ง! ข้าก็คิดว่าจะมีเรื่องสนุกๆให้ดูชมเสียหน่อย ไม่คิดเลยว่าอี้หนันมันกลับขี้ขลาดถึงเพียงนี้!”
……
ศิษย์ฝ่ายในหลายคนกลัวโลกวุ่นวายไม่พอ เร่งกล่าวน้ำมันราดรดกองไฟกันสนุกปาก
ทุกวาจาถ้อยคำดูแคลนล้วนดังเข้าหูอี้หนันทั้งหมด ทำให้หน้าของมันเริ่มแดงคล้ำด้วยโทสะยากระงับ มันถลึงตามองต้วนหลิงเทียนอย่างโกรธแค้น “วันนี้ข้าในฐานะศิษย์พี่ จักสั่งสอนบทเรียนเรื่องสัมมาคารวะพึงปฏิบัติต่อศิษย์พี่ให้เจ้า!!”
ต้วนหลิงเทียนแฉความคิดอี้หนันครั้งแล้วครั้งเล่า ทำให้อี้หนันหัวเสียถึงขีดสุด