ทว่าตอนนี้ศิษย์ผู้นี้กลับคิดแย่งชิงป้ายเซียนจากเขาทั้งๆที่เขาเป็นฝ่ายมาถึงป้ายเซียนก่อน ไม่เพียงคิดแย่งชิง หลังจากcแย่งชิงไม่สำเร็จยังจะกล่าววาจาออกมาอย่างโอหัง ยังจะสั่งเขาให้มอบป้ายเซียนให้มันอีก!
จังหวะนี้สีหน้าต้วนหลิงเทียนเคร่งขรึมขึ้นมาทันใด
ด้วยความที่ผ่านอะไรมาเยอะ เขาจึงกลายเป็นคนง่ายๆไม่ถือตัว และมักจะผ่อนปรนและไม่ค่อยนำพาเรื่องไม่เป็นเรื่องอยู่เสมอ หากทว่าใครร้ายมาเขาก็ไม่เคยกลัวที่จะร้ายตอบ!
ดังนั้นเมื่อต้องเผชิญกับศิษย์ที่ถือดีทั้งหยาบคายเช่นนี้ต้วนหลิงเทียนไม่เพียงแต่จะไม่มอบป้ายให้ ยังเลือกที่จะไม่แยแสคำขอของมัน หยิบป้ายเซียนขึ้นมาโยนเล่นในมือต่อหน้า ก่อนที่จะเหลือบมองมันด้วยสายตาเมินเฉยดั่งสุนัขตัวหนึ่ง แล้วเดินจากมันมาไปชมดูสิ่งอื่นๆในชั้น 4 ศาลาอุทิศทันที…ปล่อยให้มันยืนโง่หัวร้อนอยู่คนเดียว!
และสิ่งที่เขากำลังเลือกดูนั้นไม่ใช่ป้ายเซียนแต่อย่างไร แต่เป็นป้ายหยกที่บันทึกเรื่องราวต่างๆเอาไว้
ป้ายหยกพวกนี้นับว่าเป็นอะไรที่ต้วนหลิงเทียนเองก็กำลังต้องการอยู่ไม่น้อย
ถึงแม้เขาจะนับได้ว่าอยู่ดินแดนเทพยุทธ์เซียนเต๋ามาเป็นปีแล้ว แต่มีหลายเรื่องที่เขายังไม่ทราบโดยเฉพาะสถานที่ต่างๆ
ด้วยป้ายหยกเหล่านี้ เขาย่อมมีความเข้าใจที่ทางในดินแดนเทพยุทธ์เซียนเต๋าอันกว้างใหญ่สุดไพศาลแห่งนี้เพิ่มขึ้นไม่น้อย
“บัดซบ! นี่เจ้ากล้าเมินข้าอย่างงั้นเรอะ!!”