“เจ้าบอกไปก็ไร้ประโยชน์ เพราะอย่างไรเสียเจ้าก็เป็นคนฆ่าเฝิงฟ่านกับมือ”
โจวฉีกล่าวเสียงเรียบ
ต้วนหลิงเทียนรู้สึกลมหายใจติดขัด และพูดไม่ออกอยู่บ้าง เพราะวาจานี้ของโจวฉีมันยากปฏิเสธนัก
เพราะถึงแม้จ้าวเฟิงอาจจะโกรธแค้นโจวฉี แต่อย่างไรเสียเขาที่เป็นคนลงมือก็ยากจะรอดพ้นคราวเคราะห์
“แต่จะว่าไปหากอาวุโสจ้าวเฟิงออกจากการกักตัวฝึกฝน ก็ไม่แน่ว่าจะฆ่าเจ้า..”
โจวฉีกล่าวออกมาอีกครั้ง
“อาจจะไม่ฆ่าข้างั้นเหรอ?”
ต้วนหลิงเทียนขมวดคิ้ว “เรื่องนี้เจ้าหมายความว่ายังไง ในเมื่อข้าฆ่าศิษย์ส่วนตัวของมัน ไหนเลยมันยังจะละเว้นข้า?”
“จริงอยู่ว่าที่เจ้าฆ่าเฝิงฟ่านศิษย์ส่วนตัวที่อาวุโสจ้าวเฟิงประคบประหงมเป็นที่สุด…แต่สาเหตุที่อาวุโสจ้าวเฟิงรับเฝิงฟ่านเป็นศิษย์นั้น ล้วนเป็นเพราะศักยภาพและพรสวรรค์ที่สูงล้ำของมัน หากเฝิงฟ่านเป็นคนธรรมดาไหนเลยอาวุโสจ้าวเฟิงจะสนใจใยดี?”
โจวฉีกล่าวสืบต่อ “ในเมื่อเจ้าฆ่าเฝิงฟ่านได้ นั่นหมายความว่าศักยภาพพรสวรรค์ของเจ้าสูงกว่า เพราะเรื่องนี้อาวุโสจ้าวเฟิงอาจไม่ฆ่าเจ้า…กลับกัน ท่านยังอาจคิดรับเจ้าเป็นศิษย์ส่วนตัวแทน”
“รับข้าเป็นศิษย์ส่วนตัว?”
สีหน้าแววตาต้วนหลิงเทียนแปลกไปทันที แต่หลังจากขบคิดแล้วหากจ้าวเฟิงเป็นคนที่ไม่สนใจความสัมพันธ์ฉันท์ศิษย์อาจารย์ บางทีมันก็อาจกระทำเช่นนั้นจริงๆ
และถ้าจ้าวเฟิงกระทำอย่างนั้น เขาก็ได้แต่ดูถูกมันแล้ว