“มันเป็นยอดฝีมือในรายนามปฐพีด้วยหรือไร?”
หลิวฮ่วนกล่าวถามเสียงเข้ม
“หาไม่”
โจวฉีส่ายหัว “มันมิใช่ยอดฝีมือในรายนามปฐพีแต่อย่างไร และก่อนที่มันจะเข้าสำนักจันทร์จรัสแสงก็เป็นแค่มดตัวกระจ้อยไร้ชื่อเสียงเรียงนาม”
“ไม่ว่ามันจะเป็นตัวอะไร แต่อายุมันก็นับว่าอายุสั้นแล้วที่หาญกล้าฆ่าเฝิงฟ่าน!”
หลิวฮ่วนกล่าวออกมาเสียงเย็นท่าทางครุ่นคิด ไม่นานมันก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆค่อยกล่าวพึมพำ “อาวุโสจ้าวยังปิดด่านฝึกตนอยู่ เช่นนั้นเป็นไปได้สูงที่จักยังมิออกมาเร็วๆนี้ หากพวกเรากำจัดคนที่ฆ่าเฝิงฟ่านได้…นับว่าทำให้อาวุโสจ้าวติดค้างเราเรื่องหนึ่ง”
“ข้าก็คิดเช่นนั้นท่านอาจารย์”
โจวฉีพยักหน้า
“เฮอะ! นอกจากชักช้าไม่ทันกาลได้แต่เออออแล้วเจ้ายังทำอันใดได้อีก?”
หลิวฮ่วนหัวเราะเยาะ ด้วยไม่คิดว่าโจวฉีจะมีปัญญาทำอะไรได้
“ท่านอาจารย์คราวนี้ข้ามิได้ชักช้านะ…จริงๆแล้วคราวนี้ถึงแม้ศิษย์น้องเฝิงฟ่านจะไม่ถูกมันฆ่าตาย ข้าก็จะทำทุกอย่างเพื่อฆ่ามันอยู่ดี! แต่ไม่คิดเลยว่าก่อนที่ข้าจะฆ่ามันได้สำเร็จ ศิษย์น้องกลับถูกมันฆ่าตายเสียก่อน…”
โจวฉีเผยยิ้มขื่นขมออกมา ทว่าครู่ต่อมาในลูกตามันก็เผยประกายเย็นเยียบขุมหนึ่ง
“อะไร? หรือเจ้ามีความแค้นกับคนผู้นั้นมาก่อนแล้ว?”
หลิวฮ่วนขมวดคิ้ว ทันใดนั้นคล้ายมันนึกอะไรได้ออก สีหน้ามันเปลี่ยนไปทันใด “โจวฉี…เฝิงฟ่านส่งสารท้าประลองเป็นตายให้คนผู้นั้นคราวนี้…มิใช่เจ้ามีเอี่ยวด้วยหรอกนะ?”