ห้วงเวลานั้นเอง ดาบใหญ่ทั้งค้อนอันเขื่องของเฝิงฟ่านพลันเคลื่อนที่อย่างแปลกประหลาด มันเบี่ยงไปข้างกายต้วนหลิงเทียนอย่างอัศจรรย์ สองศาสตรามหึมาที่ฟาดลงมาดังขุนเขาถล่ม ปะทุพลังอันน่าพรั่นพรึงเต็มกำลังพลาดเป้า!!
เปรี๊ยงงงง!!
เสียงสนั่นสะท้านแก้วหูดังไปทั่วลานฝึกซ้อม ดินหินข้างกายต้วนหลิงเทียนถึงกับแหลกพินาศเป็นหลุมบ่อ
‘ขาดไปนิดเดียว!’
ก่อนหน้านั้น ต้วนหลิงเทียนแม้เห็นค้อนกับดาบถูกเบี่ยงออกไป ทว่าตัวค้อนกลับไม่ถูกเบี่ยงออกไปอย่างหมดจด! ส่วนหนึ่งของมันยังอยู่ในระยะที่จะทุบทำลายแขนซ้ายของเขา! ทำให้ต้วนหลิงเทียนพยายามฝืนเคลื่อนกายฉากหลบออกไปทางขวาสุดชีวิต!!
อนิจจาแม้จะพยายามเคลื่อนกายออกไปสุดชีวิต แต่ค้อนก็ฟาดถากไหล่ซ้ายของเขาอย่างแรง!
ยังโชคดีที่มันทุบโดนแค่เนื้อ ไม่ป่นกระดูกจนแหลกหรือทำลายเส้นเอ็นแต่อย่างไร!
อย่างไรก็ตาม เมื่อเนื้อครึ่งแขนถูกพลังในค้อนป่นจนแหลก ก็ยังทำให้ต้วนหลิงเทียนน่าซีดเหงื่อตกด้วยความเจ็บปวดอยู่บ้าง กอปกับสภาวะพลังวิญญาณแห้งเหือดในพริบตา ทำให้กลไกป้องกันตัวเองเริ่มทำงาน สติสัมปชัญญะของเขากำลังจะดับลงเพื่อหลีกหนีความเจ็บปวด!
‘ไม่! ข้าสลบไม่ได้! ข้าสลบตอนนี้ไม่ได้เด็ดขาด!!’
ในห้วงเวลาวิกฤต ต้วนหลิงเทียนขบกัดปลายลิ้นอย่างแรง อาศัยความเจ็บปวดดังกล่าวดึงสติให้กลับมาตื่นตัวอีกครั้ง!
เขากระจ่างแจ้งแก่ใจดี