“พี่หวง…ข้าถามจริงนี่ท่านไปสร้างความขุ่นขึ้งอันใดให้ต้วนหลิงเทียนหรือไม่?”
อาวุโสฝ่ายนอกบางคนคนมองถามหวงเฉิงด้วยความสนใจ
“หากข้าเข้าใจมิผิด พวกเจ้าคงมิได้ใช้ทักษะวิญญาณลี้ลับอันใด ตรวจสอบพลังฝึกปรือต้วนหลิงเทียนกันใช่หรือไม่?”
ต่งชงอดไม่ได้ที่จะกล่าวถามออกมา
“ต้วนหลิงเทียนอายุน้อยกว่า 40 ปี และพลังฝึกปรือพึ่งตัดผ่านมายังหลุดพ้นมนุษย์ขั้นสมบูรณ์แบบมิใช่หรือไร? เรื่องนี้ล้วนรู้กันทั่ว ใยข้ายังต้องตรวจสอบอันใด”
“มิผิด! ข้าก็ทราบเรื่องนี้แต่แรก จะไปตรวจสอบพลังฝึกปรือเขาให้เสียมารยาททำอันใด…แม้ตอนนี้เขาจะอ่อนแอกว่าเรา แต่ด้วยศักยภาพและพรสวรรค์ของเขาจักอย่างไรก็ต้องก้าวข้ามพวกเราในสักวัน หากเป็นไปได้ข้าก็ไม่กล้าทำอันใดให้เขาขุ่นเคืองหรอก…”
“ข้าก็คิดเช่นนั้น เลยไม่กล้าตรวจสอบอะไร”
……
อาวุโสฝ่ายนอกทั้งหมดกล่าวออกมาตรงๆ ไม่มีใครกล้าตรวจสอบพลังฝึกปรือต้วนหลิงเทียนเลยสักคน
‘มิน่าแปลกใจเลยว่าไฉนเมื่อวานยามเขามองข้า สายตาถึงเต็มไปด้วยความระวังทั้งเต็มไปด้วยความเป็นปฏิปักษ์…ที่แท้ล้วนเป็นเพราะข้าตรวจสอบพลังฝึกปรือของเขาเมื่อเดือนที่แล้วนี่เอง…’
ต่งชงเผยยิ้มขมออกมา
“ต้วนหลิงเทียน!”
ได้ยินวาจานี้ของต่งชง หวงเฉิงก็ขบฟันดังกรอด ตอนนี้หากมันยังไม่รู้ว่าไฉนเมื่อวานต้วนหลิงเทียนถึงจงใจให้สิทธิ์เดิมพันกับมันทั้งหมด ก็เกรงว่ามันจะอยู่มานานหลายปีอย่างเสียเปล่าแล้ว