“นี่ๆ อาวุโสหวง…หากวันนี้ต้วนหลิงเทียนชนะขึ้นมา มิใช่ว่าคะแนนอุทิศ 360,000 แต้มของท่านจะบินหนีไปแล้วรึ…จึกๆๆ ฮัยยา ตั้ง 360,000 คะแนนอุทิศ…! แม้จะมิใช่ทั้งหมดที่ท่านมี แต่ข้าว่าสมควรเกิน 9 ส่วนใช่หรือไม่?”
อาวุโสฝ่ายนอกบางคนที่มองหวงเฉิงได้พักหนึ่งก็รู้สึกไม่พอ พลันแสยะยิ้มกล่าวออกมา
“360,000 คะแนนอุทิศ…ต่อให้เป็นท่านอาวุโสหวงเฉิงผู้ร้ายกาจ หากไม่ใช้เวลาสัก 10 รึ 20 ปี ก็คงมิอาจสะสมได้กระมัง?”
อาวุโสฝ่ายนอกอีกคนกล่าวเหน็บแนม
“พวกเจ้าอย่าได้เร่งถมหินลงหลุมนัก! สงครามยังมิจบอย่าพึ่งนับศพทหาร! สุดท้ายเรื่อราวจะลงเอยอย่างไร หรือมีผู้ใดกล้าพูดได้เต็มปาก!!”
หวงเฉิงแค่นคำกล่าวออกพร้อมยิ้มแสยะ “แล้วนี่พวกเจ้าคิดจริงๆหรือ…ว่าเฝิงฟ่านที่ติดอันดับในรายนามปฐพีได้ จักมีดีเพียงเท่านี้?”
ผู้อาวุโสฝ่ายนอกแน่นอนว่ารู้เรื่องนี้ แต่ที่มันอดไม่ได้ที่จะเหน็บแนมหวงเฉิงบ้างก็เพราะท่าทางหยิ่งยโสได้ใจของอีกฝ่ายเมื่อวาน
“พอลองมาคิดๆดูแล้ว ดูเหมือนที่ต้วนหลิงเทียนพยายามกันพวกเราจากการเดิมพัน ล้วนเป็นเพราะความเมตตาหรือไม่?”
อาวุโสฝ่ายนอกบางคนที่เงียบอยู่ ไม่นานก็นึกอะไรขึ้นได้
“ที่แท้สหายน้อยต้วนหลิงเทียนก็นับว่าใจดีไม่น้อยเลยสิ….”
อาวุโสฝ่ายนอกหลายคนพอได้ยินก็หันไปมองต้วนหลิงเทียนใหม่อีกรอบ สายตาพวกมันยังเผยความชื่นชอบขึ้นมาหลายส่วน