อย่างไรก็ตามต้วนหลิงเทียนรู้ดีแก่ใจ
อาวุโสอ้วนผู้นี้หาได้จิตใจดีอย่างร้อยยิ้มไม่ ไม่ใช่ก็ใกล้เคียงว่านั่นคือ ‘ยิ้มพยัคฆ์’
คำ ซ่อนดาบในรอยยิ้ม นับว่าเหมาะอธิบายคนเช่นมันได้เป็นอย่างดี…
“ต้วนหลิงเทียน…ดูเหมือนว่าเจ้าจะทะลวงผ่านมายังหลุดพ้นมนุษย์ขั้นสมบูรณ์แบบหลังจากผ่านการทดสอบเข้าสำนักดั่งที่คาดไว้จริงๆสินะ…แต่อย่างไรเสียด้วยด่านพลังหลุดพ้นมนุษย์ขั้นสมบูรณ์แบบแต่กลับเอาชนะเซิ่งจื่อกับหลินฟู่มาได้ ก็นับว่ายอดเยี่ยมนัก!!”
‘พยัคฆยิ้ม’ นั่น ไม่นานก็เดินมาถึงต้วนหลิงเทียนพร้อมกล่าววาจาออกมาด้วยน้ำเสียงไม่แยแส
“อาวุโสกล่าวชมข้าเกินไปแล้ว”
ต้วนหลิงเทียนก็กล่าวตอบออกไปอย่างไม่แยแส เขาไม่ชอบขี้หน้าอาวุโสฝ่ายนอกผู้นี้ตั้งแต่แรกเห็น เพราะอีกฝ่ายกล้าตรวจสอบพลังฝึกปรือเขาอย่างโจ่งแจ้งแบบนี้
“หลุดพ้นมนุษย์ขั้นสมบูรณ์แบบงั้นเหรอ!?”
ดั่งคำ ‘คนพูดไม่เจตนา แต่ว่าคนฟังใส่ใจ’ หลังจากได้ยินคำของ ‘พยัคฆ์ยิ้ม’ ต่งชงอดไม่ได้ที่จะตกใจลอบส่งเสียงผ่านปราณแท้กล่าวถามทันที “อาวุโสหวงเฉิง เจ้าตรวจสอบพลังฝึกปรือต้วนหลิงเทียนแล้วหรือ!?”
หวงเฉิงพยักหน้ารับเบาๆ ขณะเดียวกันไม่ทันที่ต่งชงกับอาวุโสคนอื่นจะทันได้กล่าวอะไร หวงเฉิงก็กล่าวถามออกมาเสียก่อน “ต้วนหลิงเทียนเจ้ายังเหลือยอดรับแทงได้อีกเท่าใด ข้าจะได้ลงเดิมพันให้หมด?”
ต้วนหลิงเทียนพอได้ยินสองตาก็หรี่ลงเล็กน้อย มุมปากคล้ายมีรอยยิ้มเย้ยหยันยกขึ้นจางๆ