อบ “เมืองที่ตั้งจวนของข้าเป็นเมืองใหญ่ลำดับหนึ่งหรือสองในละแวกนี้ ทั้งสองท่านไปเดินเล่นที่นั่นดูได้”
ฟังแล้วเฟิ่งจิ่วก็มองเซวียนหยวนโม่เจ๋อ ถามว่า “เจ้าคิดว่าอย่างไร”
“ได้” เซวียนหยวนโม่เจ๋อพยักหน้า
ครั้นเห็นดังนั้น เฟิ่งจิ่ก็วยิ้มก่อนกล่าวกับชายวัยกลางคนว่า “เช่นนั้นก็ได้! พวกข้าจะคุ้มครองพวกท่านเดินทาง”
“ขอบคุณผู้มีพระคุณทั้งสอง” สตรีนางนั้นนำลูกๆ กล่าวขอบคุณ ก่อนที่จะเขยิบไปด้านข้างเพื่อทำแผลบนร่างกายตนเอง
เฟิ่งจิ่วกับเซวียนหยวนโม่เจ๋อนั่งลงข้างๆ รอพวกเขาทำแผลเสร็จแล้ว ค่อยให้ผู้คุ้มกันโยนศพบนพื้นลงจากเนินเขา อีกทั้งซ่อมแซมรถม้าที่ยังใช้ได้อยู่ด้วย
ตอนผู้คุ้มกันซ่อมแซมรถม้า ชายวัยกลางคนมาถึงด้านข้างของเซวียนหยวนโม่เจ๋อกับเฟิ่งจิ่ว ระหว่างคุยกับเฟิ่งจิ่ว เขาบอกชื่อแซ่และตระกูลของตนเองไปจนหมด รวมถึงบอกเหตุผลที่ครั้งนี้ถูกลอบสังหารด้วย
“หากครั้งนี้ไม่โชคดีเจอทั้งสองท่าน เกรงว่าพวกข้าทั้งเด็กและคนชราคงต้องตายตกอยู่ที่นี่ พวกท่านนับว่าเป็นผู้มีพระคุณของตระกูลข้าแล้ว”
เฟิ่งจิ่วใช้มือข้างหนึ่งเท้าคาง มองรถม้าคันหนึ่งทางนั้น ก่อนจะถามอย่างไม่ยี่หระว่า “หมายความว่าชายชราบนรถม้าคันนั้นคือบิดาของ