หากไม่ใช่โรคแล้วเป็นอะไร”
“เป็นหนอนคราสใจ” เฟิ่งจิ่วกล่าว ชำเลืองมองชายชราที่อยู่บนรถม้าคราหนึ่ง “แม้ยังไม่ได้จับชีพจร แต่ไม่มีทางผิดไปได้”
“หนอน?”
สามีภรรยาตระกูลอวี๋ตกใจ “นี่ ของชั่วร้ายพรรค์นี้อยู่ในร่างกายของท่านพ่อข้าได้อย่างไร อย่าว่าแต่พวกข้าไม่เคยเห็นของพรรค์นี้เลย ตระกูลใหญ่ทั้งหลายในเมืองน่าจะไม่เคยมีใครแตะต้องของชั่วร้ายชนิดนี้เช่นกัน มันเป็นสิ่งมีชีวิตที่เลวทรามอัปมงคล ไม่มีใครกล้าเลี้ยงหนอนชั่วร้ายนี้เป็นแน่”
เฟิ่งจิ่วเดินกลับไป มาถึงข้างกายเซวียนหยวนโม่เจ๋อแล้วนั่งลง
สามีภรรยาตระกูลอวี๋รีบตามมา “ฮูหยินหลิง หากเป็นหนอนจริง ท่านจัดการได้หรือไม่”
“จัดการน่ะจัดการได้ แต่ยุ่งยากอยู่บ้าง” เฟิ่งจิ่วกล่าว เห็นสองคนมองนางอยู่ นางจึงพูดว่า “ตอนนี้จัดการไม่ได้ มีข้าวของไม่ครบ”
เมื่อได้ฟังดังนั้น อวี๋เฉิงเต๋ออดตื่นเต้นไม่ได้ “หมายความว่าหากข้าวของครบก็จัดการได้ใช่หรือไม่”
“อืม ถูกต้อง” เฟิ่งจิ่วพยักหน้า
คำพูดนี้ของนางทำให้อวี๋เฉิงเต๋อตื่นเต้นยิ่งกว่าเดิม “เมื่อกลับถึงเมืองแล้ว ฮูหยินหลิงต้องการอะไรขอให้บอกมา ข้าจะให้คนไปเตรียมให้!”
……….