มีเพียงบาดแผลโชกเลือดตรงคอหอย
ครั้นคนพวกนั้นล้มลง ผู้คุ้มกันที่ร่างกายมีแต่บาดแผลจึงค่อยหยุดมือ ทั้งหมดมองสองคนที่จู่ๆ ก็โผล่ออกมาด้วยความตกตะลึง ก่อนจะมองศพชายชุดดำหลายสิบคนบนพื้น พวกเขาพูดไม่ออกไปชั่วขณะหนึ่ง
แม้แต่เด็กพวกนั้นก็หยุดร้องไห้ มองบุรุษไว้เคราที่ยืนอยู่ข้างกายเฟิ่งจิ่วผู้ซึ่งไม่มีเลือดเปื้อนบนตัวสักนิดอย่างอึ้งงัน
“ไม่เป็นไรกระมัง”
เซวียนหยวนโม่เจ๋อมองเฟิ่งจิ่วตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เห็นนางไม่ได้บาดเจ็บเพราะปราณกระบี่ เขาถึงค่อยวางใจได้ แม้รู้ว่าด้วยพลังของนางแล้ว คนพวกนั้นไม่คณนามือนาง แต่เห็นนางพุ่งตัวออกไปเช่นนั้น เขาก็ยังคงตกใจอยู่บ้างจริงๆ
เฟิ่งจิ่วมองเขาคราหนึ่ง ยิ้มกล่าวว่า “ข้าไม่เป็นไร”
ตอนนี้ชายวัยกลางคนที่หน้าซีดขาวดึงสติกลับมาได้ในที่สุด เขาพาภรรยาและบุตรมาถึงตรงหน้าทั้งสองคน “ขอบคุณทั้งสองท่านที่ช่วยเหลือ ได้โปรดรับการคารวะจากครอบครัวข้าด้วย” พูดแล้วเขาก็คุกเข่าลง ไม่อ้อมค้อมเลยสักนิด
หากไม่ใช่เพราะทั้งสองลงมือช่วยเหลือ เกรงว่าวันนี้พวกเขาคงต้องตายตกอยู่ที่นี่แล้ว
เฟิ่งจิ่วไม่ห้ามพวกเขา เพียงกล่าวว่า “พวกเจ้าบาดเจ็บไม่น้อย รีบทำแผลก่อนเถอะ!”
นางพูดพลางเบนสา