ตุใดไม่ถอดมงกุฎหงส์เล่า หนักขนาดนี้ เจ้าสวมไว้ตลอดต้องเมื่อยมากแน่”
“ไม่ได้คลุมผ้า มงกุฎหงส์นี้ก็มีแต่รอเจ้ามาถอดให้” เฟิ่งจิ่วหัวเราะเล็กน้อย รู้สึกว่าถอดมงกุฎหงส์แล้วผ่อนคลายขึ้นไม่น้อย “รับรองแขกเสร็จแล้วหรือ”
“มีเหลิ่งหวากับตู้ฝานคอยรับรองอยู่ ท่านพ่อก็อยู่ด้วย แถมมีพวกซ่งหมิงลั่วเฟยอีก ข้าจึงดื่มสุรามงคลแล้วกลับมาก่อน” เซวียนหยวนโม่เจ๋อกล่าว จากนั้นนั่งลงข้างเตียง มองนางที่อยู่ข้างๆ พลางถามว่า “ต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าหรือไม่”
“ไม่เป็นไร อีกเดี๋ยวอาบน้ำแล้วค่อยเปลี่ยน” นางกล่าว
“นายหญิง เจ้าตำหนัก เชิญแลกสุรา” ไป๋ชิงเฉิงยกถาดเดินเข้ามา บนถาดวางสุราไว้เพียงสองจอก
เซวียนหยวนโม่เจ๋อสบตากับเฟิ่งจิ่ว พวกเขายกจอกสุราขึ้น ก่อนโน้มตัวลงคล้องแขนกันแลกสุรา ตอนนี้ไป๋ชิงเฉิงมองสองคนดื่มสุรา ปากก็เอ่ยออกมาเสียงเบา “นกยวนยางครองคู่ สามีภรรยาเคียงข้างกันจนแก่เฒ่า”
ขณะพวกเขาวางจอกสุรากลับลงไปบนถาด นางพลันย่อเข่าลงเล็กน้อยพร้อมเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ขอแสดงความยินดีกับนายหญิงและเจ้าตำหนัก ขอให้มีบุตรโดยเร็วเจ้าค่ะ”
ไป๋ชิงเฉิงพูดแล้วเม้มปากยิ้ม คารวะครั้งหนึ่งก่อนถอยออกไป
……….