ับความอดสู ต้องทำให้นางมีความสุข” แม้รู้ว่าเซวียนหยวนโม่เจ๋อดีต่อบุตรีเขาเป็นอย่างยิ่ง แต่เฟิ่งเซียวในตอนนี้ก็ยังคงอดเอ่ยฝากฝังไม่ได้
เซวียนหยวนโม่เจ๋อกุมมือเฟิ่งจิ่ว กล่าวกับเฟิ่งเซียวอย่างจริงจังว่า “ท่านพ่อตาโปรดวางใจ ข้าจะดูแลอาจิ่วเป็นอย่างดีแน่นอน”
“ดีๆๆ” เฟิ่งเซียวพยักหน้า ตอบรับเป็นพัลวัน จากนั้นมองบุตรีที่กำลังจะออกเรือน น้ำตาพลันรื้นขึ้นมาที่ขอบตาแล้ว
“สายแล้ว พวกเจ้าควรออกเดินทางแล้วเช่นกัน” เฟิ่งซานหยวนกล่าว ไม่อยากให้พวกเขาเสียเวลา
“ขอรับ” เซวียนหยวนโม่เจ๋อกับเฟิ่งจิ่วคารวะพวกเขาอีกครั้ง ก่อนจูงมือเฟิ่งจิ่วเดินไปที่เกี้ยวทีละก้าว
ตัวเกี้ยวลดระดับลง เจ้าสาวเข้าไปในเกี้ยว ผ้าม่านสีแดงถูกปล่อยลงมา เซวียนหยวนโม่เจ๋อกระตุ้นปราณก่อนกระโจนตัวขึ้น ยืนอยู่บนตัวมังกรเขียวก่อนมองทุกคนคราหนึ่ง เสียงทุ้มต่ำปนแรงกดดันมหาศาลดังออกจากปากเขา “ทุกท่าน ไปที่ราชวงศ์เซวียนหยวนเพื่อดื่มสุรามงคลเถอะ!”
สิ้นเสียงนั้น เขาโบกมือทำสัญญาณ อิ่งอีและฮุยหลางต่างก็ส่งเสียงตะโกนอย่างพร้อมเพรียงกัน “ยกเกี้ยว!”
ขบวนรับเจ้าสาวเหาะขึ้นไปบนเมฆ มุ่งหน้าไปทางมิติเคลื่อนย้ายอย่างเป็นระเบียบท่ามกลางเสียงแสดงความยินดี…
……….