งฉินให้นายหญิงฟังที่นี่ดีกว่า!”
ตอนนี้ฉินซินยกน้ำแกงสงบใจเข้ามาแล้ว “นายหญิง ดื่มน้ำแกงสักชามเถอะ!” นางพูดพลางวางน้ำแกงชามนั้นลงตรงหน้าเฟิ่งจิ่ว
เฟิ่งจิ่วใช้มือข้างหนึ่งเท้าคาง มองท้องฟ้าไม่พูดจา ไม่รู้เหมือนกันว่ากำลังคิดอะไรอยู่
เหลิ่งหวาที่อยู่ข้างๆ ส่งสัญญาณให้ฉินซิน ฝ่ายหลังนั่งลงด้านข้าง หยิบฉินออกมาบรรเลงเพลงเบาๆ เสียงเสนาะหูเริ่มดังขึ้นในลานเรือน ช่วยระงับความกังวลและความร้อนรุ่มให้กับทุกคนในจวนก่อนหน้านี้
เฟิ่งจิ่วฟังเสียงฉินไป ไม่นานนักหัวคิ้วก็เริ่มคลายออกจากกัน นางดื่มน้ำแกงสงบใจชามนั้น ก่อนจะนอนลงที่ตั่งนุ่ม ดึงผ้าห่มมาคลุมกาย ทว่ากลับไม่ได้หลับตานอนหลับ เพียงมองท้องฟ้าคล้ายกับกำลังครุ่นคิดอะไรอยู่
อีกด้านหนึ่ง เซวียนหยวนโม่เจ๋อได้ยินเรื่องที่ฮุยหลางรายงานผ่านป้ายหยกสื่อสารแล้ว หัวคิ้วของเขาขมวดเข้าหากัน มือไพล่หลังมองท้องฟ้า รู้ว่านางจะต้องนอนไม่หลับเป็นแน่ จึงใช้ป้ายหยกสื่อสารส่งข้อความไปหาเฟิ่งจิ่ว
คืนนี้สองคนอยู่ห่างกันโดยมีฟากฟ้าขวางกั้น เฟิ่งจิ่วใช้ป้ายหยกสื่อสารบอกเล่าความไม่สบายใจและความเป็นกังวลในใจให้เขารู้ ส่วนเซวียนหยวนโม่เจ๋อบอกเพียงว่ายังมีเขาอยู่ ช่วยปลอบโยนห