ต่ฝันร้าย”
“ฝันธรรมดาจะทำให้เจ้าเป็นเช่นนี้ได้อย่างไร” ซั่งกวนหวั่นหรงมองโม่เฉิน ถามว่า “โม่เฉิน นางไม่เป็นไรกระมัง”
โม่เฉินยิ้มอย่างอ่อนโยน “ตื่นแล้วก็ไม่เป็นไรแล้ว”
“เช่นนั้นก็ดี พวกเจ้านั่งพักไปก่อน ข้าจะไปบอกพวกเขาที่อยู่ข้างนอกให้ จะได้ไม่ต้องเป็นห่วง” ซั่งกวนหวั่นหรงกล่าว ก่อนเดินออกไปข้างนอก
ฉินซินทำความสะอาดพื้นและผ้าปูที่นอนเปื้อนเลือดอยู่ในห้อง มีเพียงเหลิ่งซวงคอยท่าอยู่ข้างกายเฟิ่งจิ่ว
โม่เฉินมองเฟิ่งจิ่วที่ยังคงหน้าซีด ถามขึ้นทันที “เจ้าฝันถึงอะไร ถึงได้เกือบขังตนเองอยู่ในความฝันได้ เจ้ารู้หรือไม่ว่าหากไม่ตื่นขึ้นมา ผลสุดท้ายจะเลวร้ายเกินจินตนาการ”
เฟิ่งจิ่วยกจอกชาขึ้นดื่มคำหนึ่ง สงบจิตใจที่ยังคงไม่กลับคืนสู่สภาพเดิมเต็มที่ หลังจากเงียบอยู่พักหนึ่ง นางหลุบตามองจอกในมือ กล่าวอย่างคลุมเครือ “ข้าฝันน่ากลัวมาก ในฝันมีแต่เลือด ทุกที่มีแต่เลือด ข้าขยับไม่ได้ ได้แต่มองคนรอบข้างตายไปทีละคน ข้าอยากช่วยพวกเขา แต่กลับไม่อาจช่วยเหลือได้…”
นางพูดด้วยอารมณ์ขุ่นมัว มือที่ถือจอกกระชับเข้าหากันอย่างอดไม่ได้ “ฝันนั่นสมจริงมาก”
……….