าง
หวันเหยียนสือซานที่อยู่ท่ามกลางผู้คนฟังวาจานั้น ในใจพลันหนาวยะเยือกขึ้นมา หากพลังของบัวดำร้ายกาจขนาดนั้น พวกเฟิ่งจิ่วก็ต้องลำบากแล้ว เมื่อถึงเวลาประมือกัน ใครจะเป็นฝ่ายชนะย่อมพูดยาก เห็นทีเขาต้องรีบบอกเรื่องนี้กับนาง ให้นางเตรียมตัวก่อนตั้งแต่เนิ่นๆ
ขณะคิดเช่นนั้น สองคนข้างหน้าก็เดินไปพลาง พูดไปพลางว่า “ข้าจะส่งคนไปตามหาประมุขมาร ตามที่เจ้าพูดก่อนหน้านี้ รอพวกเขาแต่งงานกันสักครึ่งเดือนก่อนค่อยลงมือกับพวกเขา เจ้ามีแผนการที่รอบคอบกว่านี้หรือไม่”
เขาที่เดิมทีอยากถือโอกาสตอนที่ทั้งสองไม่สังเกตเห็นลอบจากไป ทว่าเมื่อได้ยินดังนั้นจึงตามผู้ฝึกบำเพ็ญชุดดำเหล่านั้นเข้าไปใกล้อย่างอดไม่ได้ พวกเขาอยากลงมือกับพวกเฟิ่งจิ่วอย่างไร ในเมื่อมาแล้วฟังให้ชัดเจนหน่อยก็ดีเหมือนกัน
“แผ่นดินผืนนี้เป็นอาณาเขตของเซวียนหยวนโม่เจอแล้ว ในเมื่อเป็นเช่นนั้นก็ไปที่นั่นเถอะ! ถึงแล้วค่อยหารือกันอย่างละเอียด” ประมุขบัวดำกล่าว
ประมุขเทียมฟ้าฟังแล้วพิจารณาเล็กน้อย จากนั้นจึงพยักหน้า “ดีเหมือนกัน ถึงเวลาแล้วเคลื่อนไหวย่อมสะดวกกว่านี้”
ประมุขบัวดำเหลือบมองอวิ๋นเสวี่ยซินที่ยืนอยู่หน้าถ้ำคราหนึ่ง กำชับว่า “อวิ๋นเสวี่ยซิน เจ้าจดจำ