ค่ายกลซ่านสลาย วังวนนั้นจึงไม่เหลืออยู่เช่นเดียวกัน
“เจ้าส่งเขาไปยังสถานที่ใกล้กับความผันผวนมากที่สุดหรือ” โม่เฉินถาม ทอดสายตามองเฟิ่งจิ่ว “เจ้าคิดว่าคนที่ครอบครองบัวดำผลาญโลกาอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกเบื้องบน แต่ไม่ใช่อาณาเขตของประมุขเทียมฟ้ากระมัง”
“คนคนนั้นไม่มีความเคลื่อนไหวมาตลอดหลายปี ราวกับว่าสิ้นเสียงไร้ร่องรอยอย่างไรอย่างนั้น เขาน่าจะหาสถานที่สงบใจฝึกบำเพ็ญ หากไม่เช่นนั้นจะเลื่อนขั้นสู่ระดับราชันเทพโดยไม่มีความช่วยเหลือของโอสถใดในเวลาไม่กี่ปีได้อย่างไร”
เฟิ่งจิ่วกล่าวเสียงเบา นางหยุดไปเล็กน้อยก่อนกล่าวต่อ “อานุภาพของบัวดำผลาญโลกาไม่ธรรมดา ต่อให้อยู่ในระดับราชันเทพเช่นเดียวกัน หากปะทะกับเขาก็จำต้องระมัดระวังเป็นหมื่นส่วน อย่างไรเสียแม้แต่ข้าก็ต้านทานอานุภาพบัวดำผลาญโลกาของเขาไม่ไหว”
หวันเหยียนเชียนหวาฟังแล้วถามขึ้น “ไม่มีวิธียับยั้งบัวดำผลาญโลกาของเขาได้เลยหรือ”
เฟิ่งจิ่วครุ่นคิด เนิ่นนานไม่พูดจา สุดท้ายเพียงพูดว่า “ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลานั้น ไม่จำเป็นต้องกังวลมากเกินไป” นางพูดแล้วยิ้ม มองหวันเหยียนเชียนหวา “ท่านพี่ ตอนนี้ท่านตั้งครรภ์อยู่! ท่านอย่าคิดเรื่องพวกนี้มากเกินไปเลย”
……….