นาดไหนแล้ว”
พูดขึ้นมาแล้ว เขาคิดถึงบุตรชายคนเล็กของตนอยู่บ้าง เพียงแต่ตอนส่งเขากลับไปครั้งนั้น บอกว่าไม่อาจลงเขาได้เมื่อยังไม่ถึงเวลา ตลอดหลายปีมานี้จึงไม่ได้กลับมาเลยสักครั้งเช่นกัน พวกเขาย่อมรู้สึกคิดถึงมาก
ซู่ซีฟังดังนั้นแล้วมีสีหน้าครุ่นคิด นางกล่าวว่า “ใช่! ไม่ได้พบเยี่ยเอ๋อร์มาหลายปีมากแล้ว แต่ทำอะไรไม่ได้ ขอเพียงผ่านไปอีกสักสองสามปี พอเขาลงเขามาก็กลับมาหาพวกเราได้เอง”
หลังจากเกิดเรื่องพวกนั้นในปีนั้น ตอนนี้ขอเพียงบุตรชายนางมีชีวิตอยู่ ต่อให้ไม่ได้พบกันก็ไม่เป็นไร
อีกด้านหนึ่ง เฟิ่งเซียวที่เพิ่งรำมวยเสร็จเดินเข้ามาในลาน เรียกขึ้นเสียงหนึ่ง “หวั่นหรง”
ซั่งกวนหวั่นหรงเดินออกมา มองเฟิ่งเซียว “มีอะไรหรือ”
“เมื่อครู่นี้ข้าพบฮุยหลาง บอกว่าโม่เจ๋อให้เขาส่งชุดแต่งงานมาให้เสี่ยวจิ่ว อีกเดี๋ยวเจ้าไปดูที่เรือนของเสี่ยวจิ่วทีว่ามีตรงไหนต้องปรับแก้หรือไม่” เฟิ่งเซียวพูดพลางนั่งลงข้างๆ โต๊ะ เทน้ำให้ตนเองดื่มจอกหนึ่ง
ซั่งกวนหวั่นหรงฟังแล้วยิ้มอย่างอ่อนโยน “ได้ ข้ารู้แล้ว” นางนำเสื้อผ้าชุดหนึ่งมาให้เฟิ่งเซียว “ข้าให้คนเตรียมน้ำให้ท่านแล้ว ท่านเพิ่งรำมวยกลับมา มีแต่เหงื่อไปทั้งตัว ไปอาบน้ำหน่อยเถอะ