งกินหรือ”
“ตั้งแต่เช้านางกินน้ำแกงตุ๋นไปแค่ถ้วยเดียว” จวินเจวี๋ยซางกล่าว
เฟิ่งจิ่วฟังแล้วยิ้ม “ข้าออกจากบ้านมาไม่ได้กินอะไรเลย นอกจากน้ำแกงบำรุงครรภ์แล้ว น้ำแกงอย่างอื่นที่นี่ข้ากินได้” นางพูดพลางตักน้ำแกงถ้วยหนึ่ง พร้อมทั้งตะโกนบอกหวันเหยียนเชียนหวาที่อยู่ข้างในห้อง “ท่านพี่ ท่านออกมากินเป็นเพื่อนข้าหน่อยเถอะ!”
หวันเหยียนเชียนหวาได้ยินว่าเฟิ่งจิ่วมาแล้ว กำลังคิดจะออกมา ทว่านึกขึ้นได้ว่าจวินเจวี๋ยซางผู้นั้นยังนั่งอยู่ตรงนั้นไม่ขยับ ตอนนี้ได้ยินเฟิ่งจิ่วตะโกนเรียกนางให้ออกไปกินน้ำแกงเป็นเพื่อน นางคิดแล้วก็เปิดประตูเดินออกมาในที่สุด
“เด็กคนนี้นี่นะ เหตุใดไม่กินอยู่ที่บ้าน ไยต้องมากินที่นี่ น้ำแกงแบบนี้มีอะไรอร่อยกัน” หวันเหยียนเชียนหวาพูดด้วยความรังเกียจ จากนั้นกล่าวกับเหลิ่งหวาว่า “เจ้าไปให้ที่ห้องครัวทำอาหารมาสองอย่าง แล้วยกข้าวสองถ้วยมาด้วย! นายหญิงของเจ้ากินน้ำแกงอย่างเดียวไม่อิ่มแน่”
เหลิ่งหวายิ้มและตอบรับ จากนั้นค่อยเดินไปทางห้องครัว
เฟิ่งจิ่วลองชิมน้ำแกง เอ่ยขึ้นว่า “ท่านพี่ น้ำแกงนี้ตุ๋นได้ไม่เลวเลย ท่านลองชิมดูสิ” เฟิ่งจิ่วบอกและให้นางกินเล็กน้อย
เห็นว่าเป็นนาง หวันเหยีย