กนานเท่าไร”
เฟิ่งจิ่วฟังแล้วยิ้ม “คำพูดนี้ไม่ถูกต้องแล้ว พี่สาวข้าไม่ใช่คนที่ข้าจะซ่อนไว้ได้” นางเดินไปนั่งลงที่ข้างโต๊ะ เอ่ยพร้อมรอยยิ้ม “เพียงแต่นางยังไม่อยากพบเจ้า ต่อให้เจ้าไปพบนางก็ไม่มีประโยชน์”
“ดังนั้นนางอยู่ที่นี่ใช่หรือไม่” จวินเจวี๋ยซางตาเป็นประกายอยู่บ้าง
“อือฮึ” นางตอบรับเสียงเบา ในแววตามีแต่รอยยิ้ม “เจ้าหานางไม่พบหรอก ต่อให้หาพบก็ไม่มีทางได้เจอนาง พักอยู่ที่นี่ก่อนเถอะ! ยังไม่ถึงเวลา”
จวินเจวี๋ยซางถือจอกสุราไว้ในมือ น้ำเสียงเจือแววโกรธเกรี้ยว “นางยังไม่อยากพบข้า? เป็นใครกันแน่ที่ทำเรื่องผิดกับคนอื่น”
เฟิ่งจิ่วเลิกคิ้วหลังฟังจบ กล่าวอย่างเกียจคร้านว่า “เจ้าเอาเปรียบพี่สาวข้าแล้ว อย่างไรเสียอายุเท่านี้ก็ใช่ว่าชราธรรมดา อีกทั้งนางชอบพอเจ้าเช่นกัน หากเปลี่ยนเป็นคนอื่นอาจเป็นไปไม่ได้”
จวินเจวี๋ยซางสะอึก ไม่รู้ว่าจะพูดอะไร เพียงมองนางคราหนึ่งแล้วดื่มสุราในจอกจนเกลี้ยง
“ข้าไม่ได้นอนทั้งคืน! ต้องกลับห้องไปนอนก่อนแล้ว เจ้าก็ตามสบายเถอะ!” นางยืนขึ้นแล้ว หาวก่อนเดินเข้าไปในห้อง
จวินเจวี๋ยซางมองนางจากไป ถอนสายตากลับมาอย่างเย็นชา เขานั่งอยู่ในลานครู่หนึ่งแล้วค่อยลุกขึ้น จากนั้นเดินออกจากเ