ต่อให้ข้าพูดออกไปแล้วพวกเขาจะฟัง หรือต่อให้พวกเขาฟัง กลัวก็แต่ว่าจะไม่เชื่อ อย่าว่าแต่พวกเขาเลย ข้าเองก็ยังไม่ค่อยกล้าจะเชื่อเลย อย่างไรเสียภูตหมอเฟิ่งจิ่วคนนั้นก็หายตัวไปหลายปีมากแล้ว…”
ครั้นฟังจบ ทุกคนก็เงียบเสียงครุ่นคิด จริงดังว่า พวกเขาเองก็ไม่ค่อยเชื่อเช่นกัน เพียงแต่ยังมีส่วนให้เชื่อได้ อย่างไรเสียดูจากพฤติกรรมของคนพวกนั้นแล้ว นอกจากภูตหมอเฟิ่งจิ่ว ใครเล่าจะทำเรื่องพรรค์นั้นได้
แต่เคยมีคนบอกว่าภูตหมอเฟิ่งจิ่วตายแล้ว และมีคนบอกว่านางสร้างศัตรูจนต้องหลบลี้ วันนี้กลับปรากฏตัวขึ้นที่เมืองนี้อย่างกะทันหัน ไม่รู้เลยจริงๆ ว่าเรื่องไหนเป็นความจริง เรื่องไหนเป็นเรื่องโกหก
“พวกเราตามไปดูหน่อยเถอะ! เรื่องนี้กลายเป็นแบบนี้ไปแล้ว สตรีชุดแดงคนนั้นใช่ภูตหมอเฟิ่งจิ่วหรือไม่ อีกเดี๋ยวก็กระจ่างแจ้งแล้ว”
พอได้ยินเช่นนั้น ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย ก่อนจะรีบตามไปที่โรงเตี๊ยมนั้น
ตู้ฝานที่นั่งอยู่ข้างประตูโรงเตี๊ยมขยับพัดขึ้นลง มองคนเหล่านั้นล้อมโรงเตี๊ยมไว้หนาแน่น อดไม่ได้ที่จะหัวเราะเสียงเบาขึ้นมา “เฮ้อ คนพวกนี้ตาไม่มีแววจริงๆ! หาเรื่องใครไม่หา กลับมาหาเรื่องพวกข้า ช่างไม่รักชีวิตเอาเสียเลย”
……….