”
“ได้” กวนสีหลิ่นตอบรับพร้อมพยักหน้า
ด้านนอกโรงเตี๊ยม เจ้าเมืองหลายคนรวมตัวอยู่ด้วยกัน ยืนอยู่ตรงข้ามประตูโรงเตี๊ยมตวาดใส่ตู้ฝานและหลัวอวี่สองคนที่นั่งอยู่ตรงประตู “เรียกนายหญิงของพวกเจ้าออกมา!”
“เฮอะ!” หลัวอวี่แค่นเสียงหัวเราะออกมา จากนั้นเหลือบมองเขาอย่างดูถูก “อาศัยแค่พวกเจ้าก็อยากพบนายหญิงของพวกข้าหรือ หวังมากเกินไปแล้ว”
ได้ฟังดังนั้น เจ้าเมืองหลายคนก็เอ่ยขึ้นด้วยโทสะทันที “บังอาจ!”
เสียงที่เต็มไปด้วยแรงกดดันดังขึ้น กระแสปราณน่ากลัวจู่โจมไปทางตู้ฝานและหลัวอวี่ แม้ถูกตวาดใส่เช่นนี้แล้วกลับไม่หลีกเลี่ยง ตู้ฝานและหลัวอวี่สองคนเลิกคิ้ว ทันใดนั้นใบหน้าพวกเขาพลันแปรเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมา ร่างกายที่พิงเก้าอี้อยู่ผุดลุกขึ้น รอยยิ้มจางหายไปแล้ว ก่อนที่พวกเขาจะตวาดออกมาด้วยคำพูดเดียวกัน
“บังอาจ!”
สิ้นเสียงนั้น แรงกดดันที่ไม่ต่างจากภูเขาใหญ่สองลูกกดอัดลงมาจากข้างบนโดยพลัน ตามมาด้วยปราณน่ากลัวพุ่งเข้าใส่พวกเขา ทำให้พวกเขาคุกเข่าลงกับพื้นอย่างแรงในทันที
“อ้าก!”
“ซี้ด!”
“อึก!”
ความเจ็บปวดที่ส่งมาจากหัวเข่าทำให้คนไม่น้อยส่งเสียงร้องออกมา อีกทั้งสูดลมเย็นๆ เข้าปอด ยิ่งทำให้เจ้าเมืองหลายคนรู้สึกโกรธเกรี้ยว