คนนั้นและเด็กชายอย่างแรงพร้อมอารมณ์โกรธ
ฉินซินกำลังจะลงมือ อย่างไรเสียเหลิ่งซวงก็เอ่ยปากแล้ว นางไม่ต้องกังวลถึงเพียงนั้น ทว่าสิ่งที่ทำให้นางคิดไม่ถึงคือนางยังไม่ทันลงมือ เหลิ่งซวงที่อยู่ข้างๆ ก็โฉบตัวออกไปราวกับสายลม เท้าข้างหนึ่งเตะผู้คุ้มกันถือแส้ออกไปทันที
นางชะงักงัน แปลกใจอยู่บ้าง หรือว่าจะเป็นคนรู้จัก?
ทันใดนั้นนางก็ก้าวเข้าไป
“ใครกัน!” ผู้คุมกันโดยรอบเห็นสตรีเย็นชาสวมชุดรัดรูปสีดำเตะพี่น้องของตนเองกระเด็น จึงล้อมเข้ามาตะคอกถามโดยพลัน
ฝ่ายเหลิ่งซวงไม่ได้มองผู้คุมกันหลายสิบคนนั้น เพียงจ้องบุรุษสูงใหญ่คนนั้นอย่างจริงจัง หลังจากเห็นสายตาประหลาดใจของเขาแล้ว นางก็ค่อยถามขึ้นว่า “กู้เซียงอี๋?”
บุรุษสูงใหญ่ก็คือกู้เซียงอี๋ เขามองสตรีเย็นชาในชุดสีดำตรงหน้าอย่างเงียบๆ ในดวงตามีทั้งความแปลกใจ ความงุนงง ไปจนถึงความปีติจากความรู้สึกที่ไม่ได้พบกันมานาน
เขาอ้าปาก ทว่าไม่ได้พูดอะไรออกมา แค่พยักหน้าเท่านั้น เขารู้จักนาง นางคือเหลิ่งซวง คนสนิทข้างกายของเฟิ่งจิ่ว นางอยู่ที่นี่ เฟิ่งจิ่วก็ต้องอยู่ที่นี่แน่นอน
ตั้งแต่จากกันวันนั้น กลับไม่คิดเลยว่าจะพบกันอีกครั้งในสถานการณ์เช่นนั้น เขาทอดถอนใจอยู่บ้า