นพ่อแล้ว ไม่อาจให้บุรุษคนอื่นเข้าใกล้นางได้
“ไปเถอะ!” เฟิ่งจิ่วจูงมือห้าวเอ๋อร์เดินไปข้างหน้า เบี่ยงกายหลบบุรุษชุดหรู
พวกเหลิ่งซวงตามไป แต่กลับเห็นบุรุษคนนั้นก้าวมาข้างหน้าอย่างไม่กลัวตาย อีกทั้งวิ่งเหยาะๆ มาขวางตรงหน้านายหญิงของพวกนาง จากนั้นคารวะด้วยท่าทางแปลกๆ คราหนึ่ง
“ล้วนเป็นเพราะเมื่อครู่ทำให้แม่นางตกใจ ขอแม่นางให้อภัยด้วย ความจริงข้าไม่ได้มีเจตนาร้าย” บุรุษชุดหรูรีบกล่าว
พอได้ยินเช่นนั้น เฟิ่งจิ่วพลันหยุดฝีเท้า ปรายตามองเขาก่อนกล่าว “ในเมื่อเป็นเช่นนั้นก็อย่าวอแวพวกข้าเลย”
เมื่อเห็นดังนั้นบุรุษผู้นั้นก็รีบเอ่ยขึ้น “แต่แม่นาง พวกเจ้าไม่ต้องการคนนำทางให้พวกเจ้าจริงๆ หรือ ข้าคุ้นเคยกับเมืองนี้ ข้ารู้ว่าทิวทัศน์ยามค่ำคืนที่ไหนงดงามที่สุด ที่ไหนมีเครื่องสำอางที่หญิงสาวชอบที่สุด”
“ไม่ต้อง” เฟิ่งจิ่วกวาดสายตามองเขาอย่างเย็นชา ในดวงตามีความรำคาญผุดขึ้นมาบ้างแล้ว
“แม่…” บุรุษคนนั้นยังคิดพูดอะไรอีก ทันใดนั้นเห็นเด็กชายหน้าตาเย็นชาเดินออกมา ทำเอาเขาตะลึงงันไปในทันที
“เจ้ากล้ามาวุ่นวายกับท่านแม่ข้าหรือ” ห้าวเอ๋อร์จ้องมองบุรุษคนนั้นด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
……….