็นต้นไป พวกเจ้าสองคนจงดูแลหนทางเซียนนี้ พวกเจ้าก้าวขึ้นมา” เฟิ่งจิ่วกล่าวแล้วส่งสัญญาณให้ทั้งสองคนเดินเข้ามา
เห็นดังนั้นแล้ว สองคนก้าวไปข้างหน้า เมื่ออยู่ห่างเพียงก้าวเดียวแล้วก็หยุดฝีเท้า ทันใดนั้นพวกเขาพลันเห็นทางรุ้งเจ็ดสีตรงใต้เท้า ดวงตาพลันทอประกายอย่างอดไม่ได้
นี่คือความว่างเปล่า แต่ตอนเหยียบลงตรงนี้ ใต้เท้าของพวกเขากลับมีความรู้สึกเหมือนเหยียบลงบนพื้นที่ราบ กระนั้นก็ยังแตกต่างกันเป็นอย่างยิ่ง
“รุ้งเจ็ดสีนี้จะค่อยๆ สลายไป แต่หนทางเซียนนี้จะยังคงอยู่ ข้าทำลายความว่างเปล่าและประสานจิตวิญญาณของพวกเจ้าเข้ากับหนทางเซียนนี้ หลังจากนี้พวกเจ้าก็ฝึกบำเพ็ญอยู่ที่นี่และคุ้มครองหนทางเซียนเถอะ!”
เฟิ่งจิ่วพูดพลางสร้างตราประทับที่ซับซ้อน ดึงจิตวิญญาณของสองคนประสานเข้ากับหนทางเซียนนี้ ทันใดนั้นหว่างคิ้วของคนทั้งสองก็พลันปรากฏตราประทับเพลิงเพิ่มขึ้นมาจุดหนึ่ง
ครั้นรับรู้ได้ถึงจิตเพลิงตรงหว่างคิ้ว ไปจนถึงจิตรับรู้ที่เพิ่มจิตวิญญาณของอาจารย์พวกเขาขึ้นมา ทันใดนั้นพวกเขาก็รู้สึกซาบซึ้งเป็นอย่างยิ่ง อดที่จะมองไปทางอาจารย์ของพวกเขาไม่ได้
“หนทางเซียนเปิดด้วยจิตวิญญาณของข้า หลังจากพวกเจ้าประสานแล้วย่อมเป็นหนึ่งเดียว